Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลาง ซึ่งมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 โดยลำพังไม่ใช่บทความผิดในตัวเองและมีระวางโทษของตัวเอง แต่บัญญัติให้ผู้พยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ การกระทำของจำเลยซึ่งต้องด้วยความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 80, 83 จึงเป็นความผิดต่อกฎหมายบทเดียว ไม่ใช่ความผิดต่อกฎหมายหลายบท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 100, 100/1 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 7, 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 และวางโทษจำเลยสามเท่าของความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 86 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้วางโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 ซึ่งได้กำหนดให้วางโทษเช่นเดียวกับกระทำความผิดสำเร็จ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายต้องระวางโทษ (ฐานเป็นผู้สนับสนุน) เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

พ.ศ.2534 มาตรา 10 จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 9 ปี 12 เดือน คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตำแหน่งพนักงานกั้นถนน สถานีแควน้อย ตำบลมะขามสูง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2556 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 เข้าทำการจับกุมจำเลยในป้อมกั้นทางรถไฟแควน้อย หมู่ที่ 6 ตำบลมะขามสูง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พร้อมกับยึดเงินที่ใช้ล่อซื้อได้จากจำเลยซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 3 ฉบับ ฉบับละ 500 บาท 1 ฉบับ และฉบับละ 100 บาท 5 ฉบับ รวม 4,000 บาท เป็นของกลาง แล้วหลังจากนั้นในเวลาใกล้เคียงกันเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมดังกล่าวยังจับกุมนายพัชระ ซึ่งขับรถจักรยานยนต์มาที่ป้อมดังกล่าวพร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด

คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.266 กรัม ได้จากนายพัชระเป็นของกลาง คดีในส่วนของนายพัชระ ซึ่งให้การรับสารภาพนั้น ศาลพิพากษาลงโทษแล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่

พิเคราะห์แล้ว เหตุที่สิบตำรวจเอกนราธิป กับร้อยตำรวจตรีพนาดร พยานโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจากกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 มาที่ศาลาคอยรถโดยสารใกล้กับป้อมเกิดเหตุในชุดนอกเครื่องแบบพร้อมเงินที่ใช้ล่อซื้อของกลางเนื่องจากนางสาวชัญญากรหรือโก้ ที่สิบตำรวจเอกนราธิปโทรศัพท์ติดต่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน 20 เม็ด ในราคา 4,000 บาท ก่อนหน้านั้นบอกให้ไปรอยังจุดดังกล่าว สิบตำรวจเอกนราธิปไม่รู้จักจำเลยดังฎีกาของจำเลยและไม่รู้ว่าจำเลยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน หากมิใช่เป็นเพราะจำเลยออกมาเรียกให้เข้าไปในป้อมเกิดเหตุ ไม่มีเหตุที่สิบตำรวจเอกนราธิปจะเข้าไปข้างใน และหากมิใช่เป็นเพราะจำเลยสอบถามว่ามีเงินมาครบหรือไม่

ไม่มีเหตุที่สิบตำรวจเอกนราธิปจะมอบเงินที่ใช้ล่อซื้อของกลางให้จำเลยไป ยากที่จะเป็นไปได้ว่าอยู่ดี ๆ สิบตำรวจเอกนราธิปจะยัดเงินที่ใช้ล่อซื้อใส่มือจำเลยเพื่อให้นำไปให้นางสาวชัญญากรอดีตภริยาดังที่จำเลยเบิกความต่อสู้ และหากมิใช่เป็นเพราะจำเลยเป็นผู้บอกว่าเมทแอมเฟตามีนอยู่ที่ชายวัยรุ่นหรือนายพัชระที่กำลังขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่ป้อมเกิดเหตุในเวลาใกล้เคียงกันหลังจากสิบตำรวจเอกนราธิปสอบถามถึงเมทแอมเฟตามีนแล้วก็ยากที่พยานโจทก์กับพวกจะรู้ได้ว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ติดต่อล่อซื้อจากนางสาวชัญญากรอยู่กับนายพัชระและสามารถจับกุมนายพัชระได้ทันทีที่มาถึงพร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางที่อยู่ในมือข้างซ้าย ทั้งหลังจากมีการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยกับนายพัชระก็ปรากฏว่าในช่วงก่อนมีการจับกุมมีการติดต่อกันระหว่างจำเลยกับนางสาวชัญญากรและระหว่างนายพัชระกับนางสาวชัญญากรตามหมายเลขโทรศัพท์ของนางสาวชัญญากรที่สิบตำรวจเอกนราธิปโทรศัพท์ติดต่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนตามบันทึกข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ซึ่งจำเลยเบิกความยอมรับว่าก่อนมีการจับกุมมีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันระหว่างจำเลยกับนางสาวชัญญากรจริง แม้โจทก์จะไม่มีร้อยตำรวจโทวุฒิไกร เจ้าพนักงานตำรวจในชุดจับกุมคดีนี้อีกคนหนึ่งมาเบิกความดังฎีกาของจำเลยก็ตาม พยานหลักฐานโจทก์ก็มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังลงโทษจำเลยได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง การพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางรายนี้ ปรากฏชัดเจนว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ เริ่มแต่นางสาวชัญญากรทำหน้าที่ติดต่อซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับสิบตำรวจเอกนราธิปทางโทรศัพท์ จำเลยทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจนับและรับเงินจากสิบตำรวจเอกนราธิป และมีนายพัชระทำหน้าที่นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาส่งยังป้อมเกิดเหตุที่จำเลยกับสิบตำรวจเอกนราธิปคอยอยู่ แม้เมทแอมเฟตามีนของกลางจะไม่ได้อยู่ที่จำเลย หากแต่อยู่ที่นายพัชระขณะนำมาที่ป้อมเกิดเหตุแล้วถูกจับกุมทันทีเมื่อมาถึง โดยยังไม่ทันมีการส่งมอบ ก็ต้องถือว่าจำเลยร่วมเป็นตัวการในการพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางรายนี้ มิใช่เพียงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดในการพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา

รวมตลอดทั้งมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 โดยลำพังไม่ใช่บทความผิดในตัวเองและมีระวางโทษเป็นของตัวเอง เป็นแต่บัญญัติให้ผู้พยายามกระทำความเกี่ยวกับยาเสพติดต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ การกระทำของจำเลยซึ่งต้องด้วยความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 จึงเป็นความผิดต่อกฎหมายบทเดียวไม่ใช่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ปัญหาดังกล่าวมานี้ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขและปรับบทที่ถูกต้องลงโทษจำเลยได้โดยไม่เพิ่มเติมโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง, 212 ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7, 10 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายบทเดียว ไม่ใช่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ส่วนโทษและนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ · สุนทร ทรงฤกษ์ · อุดม วัตตธรรม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสมภพ พูลเพียร
ศาลอุทธรณ์ - นายธีระพงศ์ เพ็ญตระการ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3471/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ3500/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ784/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้