Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6606/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในขณะที่บริษัทท. ถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้างบริษัทดังกล่าวเป็นลูกหนี้ของผู้ร้องอยู่จึงเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้อันเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายเพราะไม่อาจดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้เป็นกรณีที่ผู้ร้องได้รับความเสียหายซึ่งไม่เป็นธรรมแก่ผู้ร้องแล้วผู้ร้องย่อมมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลับจดชื่อบริษัทท.ให้คืนสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1246(6)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดเดิมบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด มีฐานะเป็นนิติบุคคล ต่อมาวันที่ 18 กันยายน 2532 ได้ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง ในขณะที่บริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้างนั้นบริษัทดังกล่าวเป็นลูกหนี้ของผู้ร้องเป็นเงินทั้งสิ้น 290,137.92บาท จึงเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้และได้รับความเสียหาย ขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กลับจดชื่อบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัดให้คืนสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1246(6)ผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์

จำกัดก่อนที่บริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนยื่นคำคัดค้านว่า ตามหนังสือค้ำประกันฉบับลงวันที่ 22 เมษายน 2524 ผู้ร้องได้ทำหนังสือค้ำประกันไว้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด โดยระบุว่าหนังสือค้ำประกันฉบับนี้มีผลบังคับตั้งแต่เดือนเมษายน 2524และสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2525 สัญญาค้ำประกันของผู้ร้องต้องสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2525 ผู้ร้องจึงมิได้ตกเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ดังกล่าวหลังจากเดือนพฤษภาคม 2525 การที่ผู้ร้องต้องชำระเงินให้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม2534 โดยผู้ร้องไม่ยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 695 ผู้ร้องย่อมสิ้นสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ และผู้คัดค้านขอยืนยันว่าในขณะที่ขีดชื่อบริษัทจากทะเบียนนั้น

บริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัดได้เลิกทำการค้าและมิได้ประกอบกิจการงาน นอกจากนี้การกระทำของผู้ร้องไม่สามารถอ้างความยุติธรรมหรือความชอบธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้กลับจดชื่อบริษัทดังกล่าวคืนเข้าสู่ทะเบียนได้ ขอให้ยกคำร้องขอศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าในขณะที่ขีดชื่อบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ออกจากทะเบียนนั้นบริษัทดังกล่าวยังทำการค้าหรือประกอบการงานอันใดอยู่ ทั้งเห็นว่ายังไม่มีเหตุสมควรที่จะให้กลับจดชื่อบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์จำกัด คืนเข้าสู่ทะเบียนได้ ให้ยกคำร้องขอผู้ร้อง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนผู้ร้อง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่มิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า

ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เดิมบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครขีดชื่อบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทร้างเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2532 แต่เมื่อวันที่21 เมษายน 2524 บริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ได้ขอให้ผู้ร้องออกหนังสือค้ำประกันต่อธนาคารทหารไทย จำกัด ในการทำสัญญาซื้อขายเครื่องรับส่งวิทยุระหว่างบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัดกับกองทัพบก ในวงเงินค้ำประกัน 187,700 บาท ต่อมาวันที่ 22เมษายน 2524 ผู้ร้องตกลงออกหนังสือค้ำประกันดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนเมษายน 2524 ถึงเดือนพฤษภาคม 2525 ต่อมาบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ผิดสัญญาต่อกองทัพบก

กองทัพบกได้ยื่นฟ้องบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด เป็นจำเลยที่ 1และธนาคารทหารไทย จำกัด เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองแพ้คดี แต่บริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาธนาคารทหารไทย จำกัด จึงชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่กองทัพบกและทวงถามจากผู้ร้อง ผู้ร้องในฐานะผู้ค้ำประกันจึงได้ชำระหนี้ดังกล่าวแก่ธนาคารทหารไทย จำกัด แล้วใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด แต่บริษัทดังกล่าวถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง ผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัดให้คืนสถานะเป็นนิติบุคคลดังเดิมพิเคราะห์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่ามีเหตุสมควรที่ศาลจะสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ให้คืนสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246(6) หรือไม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246(6) ศาลจะสั่งให้จดชื่อบริษัทกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนก็ต่อเมื่อพิจารณาได้ความเป็นที่พอใจว่า ในขณะที่ขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนนั้น บริษัทยังทำการค้าขายหรือยังประกอบการงานอยู่ หรือมิฉะนั้นเห็นว่าเป็นการยุติธรรมที่จะให้บริษัทได้กลับคืนขึ้นทะเบียนอีก เพราะฉะนั้นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งดังกล่าวจึงต้องอ้างเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งและต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นตามข้อกล่าวอ้างนั้นด้วย

คือ (1) ความจริงขณะที่ถูกขีดออกจากทะเบียนบริษัทยังทำการค้าขายหรือยังประกอบการงานอยู่ หรือ (2) เพื่อความเป็นธรรมควรให้บริษัทกลับคืนขึ้นทะเบียนอีกตามคำร้องขอของผู้ร้องได้กล่าวอ้างว่า ในขณะที่บริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้างนั้นบริษัทดังกล่าวเป็นลูกหนี้ของผู้ร้องอยู่จึงเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้ อันเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายเพราะไม่อาจดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้และผู้ร้องนำสืบว่า ผู้ร้องได้ออกหนังสือค้ำประกันบริษัทดังกล่าวต่อธนาคารทหารไทย จำกัด ที่ได้ทำสัญญาไว้กับกองทัพบก ต่อมาบริษัทดังกล่าวผิดสัญญาต่อกองทัพบกและบริษัทดังกล่าวไม่ยอมชำระหนี้ให้แก่ธนาคารทหารไทย

จำกัด ผู้ร้องในฐานะผู้ค้ำประกันจึงได้ชำระหนี้จำนวน 187,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงินทั้งสิ้น290,137.92 บาท ให้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด แทนบริษัทดังกล่าวจะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากบริษัทดังกล่าว แต่บริษัทดังกล่าวได้ถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง ผู้ร้องจึงไม่สามารถดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้ จึงได้รับความเสียหาย ฟังได้ว่า ผู้ร้องย่อมไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะผู้ร้องได้ชำระหนี้แทนบริษัทดังกล่าวไปแล้วไม่สามารถจะฟ้องร้องเอาคืนจากบริษัทดังกล่าวได้ เห็นว่า คำร้องขอของผู้ร้องได้กล่าวอ้างและนำสืบได้ว่าผู้ร้องได้รับความเสียหายซึ่งไม่เป็นธรรมแก่ผู้ร้องแล้ว ผู้ร้องย่อมมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร

กลับจดชื่อบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัดให้คืนสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1246(6) ที่ผู้คัดค้านแก้ฎีกาว่า สัญญาค้ำประกันมีผลสิ้นสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2525 ผู้ร้องย่อมยกขึ้นต่อสู้ได้ แต่ผู้ร้องก็หาได้ทำเช่นนั้นไม่ ผู้ร้องกลับชำระหนี้ตามอำเภอใจ ผู้ร้องจึงสิ้นสิทธิไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 695 นั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอโดยไม่วินิจฉัยปัญหาที่ว่า ผู้ร้องในฐานะผู้ค้ำประกันมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ลูกหนี้หรือไม่ เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์ ผู้คัดค้านชอบที่จะยกปัญหาดังกล่าวตั้งประเด็นไว้ในคำแก้อุทธรณ์ แต่ผู้คัดค้านก็มิได้แก้อุทธรณ์ในปัญหาเรื่องนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ส่วนที่ผู้คัดค้านแก้ฎีกาว่า ประเด็นที่ว่าเมื่อศาลเห็นเป็นการยุติธรรมแก่เจ้าหนี้ในการที่จะให้บริษัทดังกล่าวได้กลับคืนขึ้นทะเบียนอีกครั้งหนึ่งนั้นเป็นประเด็นที่ผู้ร้องมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่ควรวินิจฉัยให้นั้น เห็นว่า ตามคำร้องขอของผู้ร้องได้กล่าวอ้างแล้วว่าในขณะที่บริษัทดังกล่าวถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง บริษัทดังกล่าวเป็นลูกหนี้ของผู้ร้องจึงเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้และได้รับความเสียหาย ย่อมมีความหมายว่าผู้ร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมนั่นเอง จึงมิใช่เรื่องนอกประเด็นแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องขอของผู้ร้องนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกลับจดชื่อบริษัทเทพอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด ให้คืนสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1246(6)

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด ไตรโสรัส · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5602/2558

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก อ. และ อ. ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถึงแม้การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และ อ. จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีผลให้การซื้อขา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10004/2558

แม้จำเลยที่ 3 ไม่อาจถูกฟ้องให้รับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 3 ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่เพราะจำเลยที่ 3 มิใช่ "หน่วยงานของรัฐ" ตามความหมายในมาตรา 4 ประกอบมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14166/2558

วัตถุประสงค์ของโจทก์ตามสำเนาข้อบังคับอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิซึ่งในหมวดที่ 2 เรื่องวัตถุประสงค์ ข้อ 4 ระบุว่า วัตถุประสงค์ของมูลนิธิคือ 4.1 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสถาบันหรือหน่วยงานอิสระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9136/2557

ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้คัดค้านจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างไว้ในคำคัดค้าน แต่เมื่อปัญหานี้ปรากฏตามคำร้องขอในสำนวน ผู้คัดค้านชอบจะหยิบยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 544/2556

ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจฟ้องแย้ง แม้เป็นปัญหาที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์จึงยกขึ้นในชั้นฎีกาได้ต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้