Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6634/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003 หรือไม่นั้น จะต้องได้ความว่าได้มีการโอนเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 917 ประกอบด้วยมาตรา 309เสียก่อน กล่าวคือ ได้มีการสลักหลังและส่งมอบเช็คแล้วในกรณีเช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงิน หรือได้มีการส่งมอบเช็คแล้วสำหรับกรณีเช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือเป็นต้น เช็คพิพาทโจทก์มอบให้แก่ธนาคารเพื่อประกันการชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค มิใช่เพื่อชำระหนี้ เมื่อโจทก์ชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คแล้วจึงรับเช็คคืนมา โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็ค มิใช่อยู่ในฐานะเป็นผู้สลักหลังเช็ค ประเด็นข้อโต้เถียงในคดียังไม่เป็นที่ยุติว่า โจทก์ได้สลักหลังโอนเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ หรือเพียงแต่มอบเช็คพิพาทให้ธนาคารเพื่อค้ำประกัน ตนเมื่อข้อเท็จจริงในคดียังไม่พอแก่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกา ชอบที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่คู่ความจะนำสืบต่อไป การที่ศาลชั้นต้นด่วนสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วพิพากษาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003และศาลอุทธรณ์ฟังว่าคดีโจทก์ต้องด้วยมาตรา 1002ไม่ขาดอายุความนั้น เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงตามประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน สมควรให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป แล้วมีคำพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 240(3),243(3)(ข) ประกอบด้วยมาตรา 247

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขาสมุทรสาคร 2 ฉบับ ลงวันที่ 20 มีนาคม 2535 และวันที่20 เมษายน 2535 จำนวนเงินฉบับละ 60,000 บาท ชำระค่าสินค้าให้โจทก์ ก่อนเช็คถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์ได้นำเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวไปขายลดเช็คให้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาสมุครสาคร แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินตามเช็ค ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า ยังรอเรียกเก็บเงินอยู่โปรดนำมายื่นใหม่ และโปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย โจทก์ในฐานะผู้สลักหลังค้ำประกันในเช็คทั้งสองฉบับได้นำเงินพร้อมค่าเสียหายไปชำระให้แก่ธนาคารดังกล่าวจนครบถ้วน ธนาคารดังกล่าวได้มอบเช็คและใบคืนเช็คให้โจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายและได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยโจทก์ได้รับความเสียหาย

ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเช็คแต่ละฉบับถึงวันฟ้องเป็นเงินดอกเบี้ยจำนวน 7,875 บาทขอให้บังคับจำเลยใช้เงินให้โจทก์ 127,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปของเงินจำนวน 120,000 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ ไม่เคยสั่งจ่ายเช็คตามฟ้องให้โจทก์ เช็คตามที่โจทก์ฟ้องเป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้มีชื่อ การโอนเช็คย่อมโอนกันได้โดยสลักหลังและส่งมอบเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินผู้สลักหลังทั้งหลายสามารถฟ้องไล่เบี้ยกันเองและไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สั่งจ่าย นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และโจทก์ได้ชำระเงินตามเช็คจากธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาสมุทรสาคร มาพ้นกำหนดระยะเวลา 6 เดือนแล้วคดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1003 ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์แล้วมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์นำเช็คพิพาททั้งสองฉบับไปขายลดให้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสมุทรสาครโจทก์ได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คไว้ ถือได้ว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้สลักหลัง เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์นำเงินไปชำระให้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสมุทรสาคร แล้วรับเช็คคืนเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2535 และวันที่ 4 พฤษภาคม 2535 ตามลำดับโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2536 พ้นกำหนด 6 เดือน นับแต่วันที่โจทก์เข้าถือเอาตั๋วเงินและใช้เงิน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า แม้เช็คพิพาททั้งสองฉบับจำเลยสั่งจ่ายระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินก็ตามก็เป็นเพียงประกัน (อาวัล) ผู้สั่งจ่ายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 921, 989 เท่านั้น เมื่อโจทก์ชำระเงินตามเช็คและรับเช็คพิพาทคืนมา โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คตามมาตรา 904 กรณีเช่นนี้มีอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002 กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 1003 ซึ่งมีอายุความ 6 เดือน คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความการที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานเป็นการไม่ชอบและเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 243(2) พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดีแล้วมีคำพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาว่าเช็คพิพาททั้งสองฉบับเป็นเช็คระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน เมื่อโจทก์สลักหลังเช็คพิพาทและนำเช็คพิพาททั้งสองฉบับไปทำสัญญาขายลดให้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสมุทรสาคร และธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ได้ชำระเงินแก่ธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาสมุทรสาคร แล้วเข้าถือเอาเช็คพิพาท โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้สลักหลังที่ได้ใช้เงินให้แก่ผู้ทรงแล้วรับเช็คพิพาทคืนมา กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003คดีโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า การที่จะวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003หรือไม่ นั้น ข้อเท็จจริงจะต้องได้ความว่า ได้มีการโอนเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 917 ประกอบด้วยมาตรา 309 เสียก่อน

กล่าวคือ ได้มีการสลักหลังและส่งมอบเช็คแล้วในกรณีเช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงิน หรือได้มีการส่งมอบเช็คแล้วสำหรับกรณีเช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือเป็นต้น แต่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและที่โจทก์ยอมรับฝ่ายเดียวว่าเช็คพิพาททั้งสองฉบับโจทก์มอบให้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสมุครสาครเพื่อประกันการชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค มิใช่เพื่อชำระหนี้เมื่อโจทก์ชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คแล้วจึงรับเช็คคืนมา โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็ค มิใช่อยู่ในฐานะเป็นผู้สลักหลังเช็คแต่อย่างใด ซึ่งข้อเท็จจริงนี้จำเลยโต้เถียงอยู่ว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คระบุชื่อ การโอนเช็คย่อมโอนได้โดยการสลักหลังและส่งมอบเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินผู้สลักหลังย่อมไล่เบี้ยระหว่างกันเองและผู้สั่งจ่ายได้

อันเป็นการปฏิเสธฟ้องของโจทก์ว่าเช็คพิพาทไม่ใช่เช็คที่นำไปค้ำประกัน แต่เป็นการโอนเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ ดังนั้นประเด็นข้อโต้เถียงดังกล่าวจึงยังไม่เป็นที่ยุติว่า โจทก์ได้สลักหลังโอนเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ หรือเพียงแต่มอบเช็คพิพาทให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาสมุทรสาครเพื่อค้ำประกัน ข้อเท็จจริงในคดีจึงไม่พอแก่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกา ชอบที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่คู่ความจะนำสืบต่อไป การที่ศาลชั้นต้นด่วนสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วพิพากษาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003 และศาลอุทธรณ์ฟังว่าคดีโจทก์ต้องด้วยมาตรา 1002 ไม่ขาดอายุความนั้น เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงตามประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน สมควรให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(3), 243(3)(ข)ประกอบด้วยมาตรา 247

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย สายเชื้อ · บุญธรรม อยู่พุก · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8614/2558

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ต่างยื่นอุทธรณ์ มาคนละฉบับ ผู้ร้องยื่นคำแก้อุทธรณ์จำเลยทั้งหกมาในฉบับเดียวกัน และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกไปยังศาลอุทธรณ์ภาค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5275/2557

ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงเพียงพอวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นพิพาทข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการผูกพันโจทก์หรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2551

พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์" มาตรา 6 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7828/2547

เรื่องการจำยอมนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1387 กำหนดว่า อสังหาริมทรัพย์อาจตกอยู่ในภาระจำยอมอันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2545

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ให้การต่อสู้ไว้แล้วว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ออกเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ต้องคืนเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับ ให้แก่จำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่มีหนี้สิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้