Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6638/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงในการเรียกค่าเสียหายจากเหตุรถยนต์ชนกันแต่โจทก์มีส่วนได้เสียในฐานะผู้รับประกันและอาจรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ถ้าความวินาศภัยได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอกผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปเป็นจำนวนเพียงใด ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงนั้น เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้รับช่วงสิทธิและไม่มีอำนาจฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาว่าเป็นการฟ้องตั้งสิทธิเป็นสิทธิของโจทก์เองนั้นก็ไม่มีกฎหมายสนับสนุนไว้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน10-1960 นครสวรรค์ ของจำเลยที่ 2 ที่นำไปเข้าร่วมขนส่งคนโดยสารกับจำเลยที่ 3ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ด้วยความประมาทเลินเล่อปราศจากความระมัดระวังด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนท้ายรถคันหมายเลขทะเบียน 70-0572 เชียงใหม่ที่โจทก์รับประกันภัยไว้จากบริษัทเชียงใหม่ธนาธร จำกัด แล้วเสียหลักไปชนรถยนต์เก๋งที่แล่นสวนทางมาเสียหาย ผู้ครอบครองรถยนต์เก๋งเรียกร้องให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย287,950 บาท โจทก์ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากรถยนต์ที่โจทก์รับประกันไว้โจทก์จึงขอตั้งสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยทั้งสาม ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหาย 287,950 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า บริษัทเชียงใหม่ธนาธร จำกัด จะเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์ดังกล่าวมาก่อนหรือขณะเกิดเหตุหรือไม่ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ขอรับรอง หากฟังว่าโจทก์รับประกันภัยจริง โจทก์จะต้องแสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือหลักฐานอื่น โจทก์ก็มิได้แสดงตนเข้าเรียกร้องค่าเสียหาย โจทก์ไม่มีอำนาจเข้ารับช่วงสิทธิหรือไม่มีสิทธิตั้งสิทธิไล่เบี้ย ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า โจทก์มิได้เป็นผู้รับประกันรถยนต์หมายเลขทะเบียน 70-0572เชียงใหม่ การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีมิได้ทำโดยถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 มิใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุก็มิได้ขับรถยนต์โดยสารไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

เหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ขับรถยนต์บรรทุกเพียงผู้เดียว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์แต่เพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ในการฟ้องคดีนั้นเป็นการใช้สิทธิของโจทก์เองที่ถูกกระทบให้ต้องได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการเกิดเหตุและโจทก์ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกไปตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัย อันเนื่องมาจากรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้ไปก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอก หาใช่เป็นการรับช่วงสิทธิในค่าเสียหายของรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไม่ เห็นว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงในการเรียกค่าเสียหายจากเหตุรถยนต์ชนกัน แต่โจทก์มีส่วนได้เสียในฐานะผู้รับประกันภัยและอาจรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัย ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 วรรคหนึ่ง

บัญญัติว่า ถ้าความวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอกไซร้ ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปเป็นจำนวนเพียงใด ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงนั้น เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้รับช่วงสิทธิและไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า เป็นการฟ้องตั้งสิทธิเป็นสิทธิของโจทก์เองไม่มีกฎหมายสนับสนุน ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ศรีสง่า · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2530

การที่จำเลยที่ 1 ลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถโจทก์ที่ 2 เสียหายแล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2834/2527

โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกของโจทก์ที่ 2โจทก์ทั้งสองต่างฟ้องให้จำเลยรับผิดในมูลละเมิด ทำให้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้นั้นเสียหายโดยโจทก์ที่ 1 ได้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถให้แก่โจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626626)

แม้มีการบัญญัติเพิ่มเติมความผิดมูลฐานภายหลังจากที่ได้มีการกระทำความผิดมูลฐานนั้นก็ตาม ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความผิดมูลฐานที่บัญญัติเพิ่มเติมดังกล่าวย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับย้อนหลังไปทันที นับแต่วันที่มีก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3214/2552

บริษัท ว. ใช้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศกับจำเลยทั้งสองมานาน มีการว่าจ้างขนส่งสินค้าสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง จนกระทั่งมีบัญชีประจำกับจำเลยที่ 1 และนอกจากจำเลยทั้งสองแล้ว บริษัท ว. ยังเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10418/2546

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากเจ้าของรถ มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2541 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2542 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2540จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ในทางการที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้