Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6666/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำโฉนดที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และ อ. มาให้จำเลยยึดถือไว้โดยมีข้อตกลงกันไว้ด้วยต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินแก่โจทก์ตามข้อตกลงแต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ จำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์จริง แม้จำเลยจะให้การอ้างว่าจำเลยรับโฉนดที่ดินไว้ในฐานะผู้แทนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีและจำเลยฎีกาอ้างว่าจำเลยเก็บโฉนดที่ดินไว้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี จำเลยไม่อาจนำโฉนดที่ดินมาคืนให้แก่โจทก์ได้ก็ตาม ก็ถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิตามฟ้องของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนโฉนดที่ดินแก่โจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2531 เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีได้ร่วมกันทุจริตยักยอกเงินของทางราชการไปโดยนางนิตยา ไชยวงศ์พี่สาวโจทก์เป็นผู้ทำฎีกาเบิกจ่ายเงินและจำเลยเป็นผู้ลงชื่ออนุมัติให้เบิกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว แล้วนางนิตยาได้หนีไปต่อมาวันที่ 12 มีนาคม 2531 จำเลยให้โจทก์ติดตามตัวนางนิตยามาพบภายใน 7 วัน โดยให้โจทก์นำโฉนดที่ดินเลขที่ 9186ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์และนางสาวอัญชลี ไชยวงศ์ มาให้จำเลยยึดถือไว้ จำเลยตกลงว่าหากได้ตัวนางนิตยามาภายในกำหนดจำเลยจะคืนโฉนดที่ดินดังกล่าว และระหว่างที่โฉนดที่ดินอยู่ที่จำเลยจำเลยจะไม่ดำเนินคดีอาญาแก่นางนิตยา

หากดำเนินคดีอาญาแก่นางนิตยาเมื่อใด จำเลยจะคืนโฉนดที่ดินดังกล่าวทันที ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม 2531 จำเลยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่านางนิตยาทุจริตต่อหน้าที่ทำให้เงินหายไป 724,049.47 บาทขอให้ดำเนินคดีแก่นางนิตยา โจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินแก่โจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยคืนโฉนดที่ดินเลขที่ 9186ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ให้แก่โจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้จับกุมคุมขังจนกว่าโจทก์จะได้โฉนดที่ดินดังกล่าวคืนจำเลยให้การว่า จำเลยมีตำแหน่งสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีเป็นผู้บังคับบัญชาของนางนิตยา เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดเพชรบุรี เมื่อประมาณวันที่ 7 มีนาคม2531 จำเลยสั่งให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานในหน้าที่ของนางนิตยาซึ่งขาดราชการไปหลายวัน

ปรากฏว่านางนิตยานำเงินของทางราชการไปใช้จ่ายเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต เป็นเงิน 724,049.47 บาทต่อมาวันที่ 13 มีนาคม 2531 โจทก์และนางสาวอัญชลีตกลงกับจำเลยในฐานะหัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีผู้มีอำนาจทำการแทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี ยอมรับผิดชดใช้เงินที่ นางนิตยาทุจริตนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวแทนโดยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 9186 ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลมจังหวัดเพชรบุรี มาวางเป็นหลักประกันให้จำเลยในฐานะสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรียึดถือไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยในฐานะส่วนตัว จำเลยซึ่งเป็นตัวแทนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีมีสิทธิที่จะยึดหน่วงโฉนดที่ดินไว้จนกว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีจะได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้น

จำเลยไม่เคยตกลงกับโจทก์ว่าระหว่างที่โฉนดที่ดินอยู่ที่จำเลย จำเลยจะไม่ดำเนินคดีอาญาแก่นางนิตยา หากดำเนินคดีอาญาแก่นางนิตยาเมื่อใดจำเลยจะคืนโฉนดที่ดินให้โจทก์ทันทีขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินเลขที่ 9186ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี แก่โจทก์ส่วนที่โจทก์มีคำขอว่า หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้จับกุมจำเลยมาขังจนกว่าโจทก์จะได้โฉนดที่ดินคืนนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวในชั้นบังคับคดี คำขอส่วนนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่นั้น เห็นว่า

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำโฉนดที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และนางสาวอัญชลีมาให้จำเลยยึดถือไว้โดยมีข้อตกลงกันไว้ด้วย ต่อมาโจทก์ขอให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินแก่โจทก์ ตามข้อตกลงแต่จำเลยไม่ยอมคืนให้ จำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์จริง แม้จำเลยจะให้การอ้างว่าจำเลยรับโฉนดที่ดินไว้ในฐานะผู้แทนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีและจำเลยฎีกาอ้างว่าจำเลยเก็บโฉนดที่ดินไว้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี จำเลยไม่อาจนำโฉนดที่ดินมาคืนให้แก่โจทก์ได้ก็ตามก็ถือได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิตามฟ้องของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนโฉนดที่ดินแก่โจทก์ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5669/2567

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. 2561 ข้อ 11 เป็นเพียงเครื่องมือที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีวางไว้เพื่อใช้บริหารราชการเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2557

การที่บริษัท บ. โอนสิทธิเรียกร้องค่าเช่าอันจะพึงได้รับจากบริษัท ม. แก่โจทก์ และได้รับความยินยอมในการโอนสิทธิรับค่าเช่าดังกล่าว สิทธิและหน้าที่ข้างต้นนั้นคงผูกพันบริษัท บ. เจ้าหนี้ และบริษัท ม. ลูกหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21897/2556

โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมและในฐานะผู้จัดการมรดกของมารดาโจทก์ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทซึ่งอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของมารดาโจทก์คืนจากจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยทั้งสามในฐานะเจ้าของกรรมสิทธ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้