Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6667/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาของศาลที่ให้จำเลยทั้งห้าแบ่งทรัพย์มรดกของ น. แก่โจทก์ผู้เป็นทายาทด้วยกัน เป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยทั้งห้าในฐานะทายาทและเจ้าของรวมทุกคนพึงแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่างเจ้าของรวมด้วยกัน หรือขายทรัพย์สินนั้นแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว ลำพังเพียงโจทก์เจรจากับจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งคนหนึ่งโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 ได้รับมอบหมายจากทายาทอื่นให้เป็นตัวแทนเจรจากับโจทก์ จึงรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าของรวมไม่อาจตกลงแบ่งทรัพย์สินกันได้ อันเป็นเหตุยึดทรัพย์มรดกมาขายทอดตลาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 วรรคสอง เมื่อถือไม่ได้ว่าการบังคับตามคำพิพากษาของโจทก์เป็นไปตามลำดับขั้นตอนการแบ่งทรัพย์สิน จึงต้องเพิกถอนการยึดทรัพย์มรดกเสีย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันแบ่งทรัพย์มรดกของนางนิภา ให้แก่โจทก์ 1 ใน 7 ส่วน ของรายการทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในคำพิพากษาศาลชั้นต้นกับให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ทรัพย์มรดกส่วนที่เป็นหุ้นบริษัทง่วนหลีจั่น (1984) จำกัด เป็นทรัพย์สินของนางนิภาที่ตกเป็นมรดก 25,000 หุ้น หุ้นบริษัทสยามผลิตภัณฑ์กระดาษ จำกัด เป็นทรัพย์สินของนางนิภาที่ตกเป็นมรดก 300 หุ้น ให้จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันจ่ายค่าทนายความชั้นฎีกาให้แก่โจทก์ 6,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ขอให้ออกคำบังคับและหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2553 ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2553 วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการบังคับคดีที่ยึดที่ดินดังกล่าว หรือมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 โจทก์ยื่นคำคัดค้าน

ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นงดการไต่สวนและมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการบังคับคดีตามขั้นตอนให้เป็นไปตามคำพิพากษาเป็นอันดับแรก โดยให้มีการแบ่งทรัพย์มรดกตามกฎหมายก่อน ซึ่งไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ดำเนินการแต่อย่างใด หากไม่อาจตกลงแบ่งกันได้จึงจะบังคับคดีได้ตามขั้นตอนโดยการประมูลขายทรัพย์มรดกหรือขายทอดตลาดเป็นลำดับต่อมา ดังนั้น หากการแบ่งปันทรัพย์มรดกตามคำพิพากษาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการไปตามนี้ก็เป็นการบังคับคดีโดยชอบ หากไม่ดำเนินการตามนี้ก็เป็นการบังคับคดีโดยไม่ชอบ วันที่ 6 มิถุนายน 2554 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการบังคับคดีที่โจทก์นำยึดที่ดินดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 7 มิถุนายน 2554 ให้เพิกถอนการยึดตามความเห็นของเจ้าพนักงานบังคับคดี

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งที่ 3869/2556 วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ในข้อที่ว่า คำพิพากษาของศาลกำหนดให้จำเลยทั้งห้าแบ่งทรัพย์มรดกของนางนิภาตามบัญชีทรัพย์ให้แก่โจทก์ 1 ใน 7 ส่วน และอีกส่วนหนึ่งยังกำหนดให้จำเลยทั้งห้าแบ่งผลประโยชน์ในทรัพย์มรดกของนางนิภาเป็นเงินให้แก่โจทก์ซึ่งไม่ต้องตกอยู่ในบังคับคดีเรื่องกรรมสิทธิ์รวม เมื่อจำเลยทั้งห้าจงใจหรือขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงมีสิทธิขอให้ยึดที่ดินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 282 ฎีกาของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่เกี่ยวกับยึดที่ดินอันเป็นมรดกของนางนิภาว่าโจทก์นำยึดเพื่อบังคับตามคำพิพากษาที่กำหนดให้จำเลยทั้งห้าชำระเงินอันเป็นหนี้ในส่วนที่ให้จำเลยทั้งห้าแบ่งผลประโยชน์ในทรัพย์มรดกของนางนิภาให้แก่โจทก์

มิใช่เป็นการบังคับตามคำพิพากษาที่กำหนดให้จำเลยทั้งห้าแบ่งที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง อันเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ต่อมาที่ว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2553 จำเลยที่ 5 กับผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ตกลงกันว่าฝ่ายจำเลยที่ 5 จะให้เงิน 1,200,000,000 บาท แก่โจทก์ แล้วให้ทรัพย์มรดกพิพาททั้งหมดตกเป็นของจำเลยที่ 5 แต่จำเลยที่ 5 ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง โจทก์จึงมีสิทธิยึดที่ดินมรดกของนางนิภาและนำออกขายทอดตลาดได้ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นทายาทของนางนิภาร่วมกันครอบครองดูแลทรัพย์มรดกของนางนิภาและไม่ยอมแบ่งให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทด้วยกัน

คำพิพากษาของศาลที่ให้จำเลยทั้งห้าแบ่งทรัพย์มรดกของนางนิภาให้แก่โจทก์ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยทั้งห้าในฐานะทายาทและเจ้าของรวมทุกคนพึงแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่างเจ้าของรวมด้วยกันหรือโดยขายทรัพย์สินนั้นแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว ลำพังเพียงแต่โจทก์เจรจากับจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกส่วนแบ่งคนหนึ่งโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 ได้รับมอบหมายจากทายาทอื่นให้เป็นตัวแทนเจรจากับโจทก์ จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าของรวมไม่อาจตกลงแบ่งทรัพย์สินกันอย่างไรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 วรรคสอง ถือไม่ได้ว่าการบังคับตามคำพิพากษาของโจทก์เป็นตามลำดับขั้นตอนการแบ่งทรัพย์สิน และบัดนี้มรดกของนางนิภาได้มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก และผู้จัดการมรดกก็ได้เข้ามาดำเนินการจัดการทรัพย์มรดกแล้ว

ทรัพย์มรดกจึงอยู่ในระหว่างจัดการ ย่อมจะทำให้การแบ่งปันมรดกดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นประโยชน์แก่ทายาททุกคน คำสั่งและคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองที่ให้เพิกถอนการยึดที่ดินของโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ วายุภาพ · กษิดิ์เดช จีนสลุต · สมพงษ์ เหมวิมล
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ กลั่นวารินทร์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.216/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ5924/2540
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ10443/2544
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6063/2567

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 3 มีข้อความว่า "หากจำเลยสามารถตรวจสอบพบว่าโจทก์ยังมีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 2 ตั้งแต่สมรสจนถึงวันที่ 28 กันยายน 2563 โจทก์ยอมให้จำเลยบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2566

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกันแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โดยระบุในคำฟ้องว่า จ. โดย ท. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 4 และ ด. โดย ส. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 5 จึงเป็นการฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2566

บันทึกถ้อยคำเรื่องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมและแบ่งหักที่สาธารณประโยชน์มีข้อความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสี่ตกลงแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท โดยไม่ได้ระบุว่าส่วนของเจ้าของรวมแต่ละคนมีแนวเขตตั้งแต่บริเวณใดถึงบริเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12170/2558

แม้จำเลยจะไม่ใช่คู่ความซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีสิทธิขอให้บังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แต่กรณีนี้เป็นเรื่องที่ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมตามข้อตกลงเรื่องกรรม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6870/2556

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การต่อสู้ว่าข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เป็นการตกลงแบ่งทรัพย์สินในลักษณะเจ้าของรวม แม้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะอุทธรณ์อ้างว่าต้องนำบทกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนมาใช้บั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้