Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2564 (เลขอ้างอิง 667493)

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำร้องของผู้ร้องเป็นกรณีที่กองทัพเรือนำข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันฟ้องต่อศาลปกครองและศาลยุติธรรม ซึ่งต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ และศาลยุติธรรมมี

เนื้อความคำพิพากษา

ตามคำร้องของผู้ร้องเป็นกรณีที่กองทัพเรือนำข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันฟ้องต่อศาลปกครองและศาลยุติธรรม ซึ่งต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ และศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ ๑๒๗๑๗/๒๕๖๒ ซึ่งเป็นคำพิพากษาที่ถึงที่สุด โดยทั้งสองศาลมีคำวินิจฉัยแตกต่างกันในเรื่องระยะเวลาการฟ้องคดีหรืออายุความการฟ้องคดีซึ่งมีผลทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของทั้งสองศาลนั้นแตกต่างกัน เป็นเหตุให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีและจำเลยในคดีดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดระหว่างศาลขัดแย้งกันในคดีที่มีข้อเท็จจริงเป็นเรื่องเดียวกันตามมาตรา ๑๔ แห่งแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล

พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งคณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ถึงที่สุดขัดแย้งกันได้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คู่ความที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ หรือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ ๑๒๗๑๗/๒๕๖๒ เห็นว่า ข้อเท็จจริงยุติว่าเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ กองทัพเรือยื่นฟ้องผู้ร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๔๖๔/๒๕๕๗ และได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยศาลจังหวัดสมุทรสาครและศาลปกครองกลางมีความเห็นพ้องกันว่า คดีนี้เป็นคดีปกครองที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จากนั้นศาลจังหวัดสมุทรสาครจึงมีคำสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลปกครองกลาง กรณีย่อมถือว่าศาลยุติธรรมและศาลปกครองยอมรับเขตอำนาจศาลปกครองในการพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ทั้งมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้คำสั่งของศาลและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการโต้แย้งเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง เป็นที่สุด และมิให้ศาลที่อยู่ในลำดับสูงขึ้นไปของศาลตามวรรคหนึ่งยกเรื่องเขตอำนาจศาลขึ้นพิจารณาอีก ซึ่งมีความหมายว่า คำสั่งของศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ให้โอนคดีไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลปกครองกลาง

เนื่องจากทั้งสองศาลเห็นพ้องกันว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นการดำเนินการเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น เป็นที่สุด และย่อมผูกพันศาลยุติธรรมและศาลปกครองกับคู่ความในคดีนั้นว่าคดีพิพาทตามฟ้องเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง การที่กองทัพเรือ โจทก์ในคดีนี้นำคดีซึ่งมีข้อเท็จจริงเดียวกันนี้ไปฟ้องยังศาลจังหวัดตลิ่งชันซึ่งเป็นศาลยุติธรรมอีกครั้ง ย่อมเป็นการขัดต่อมาตรา ๑๐ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติให้คำสั่งของศาลเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการโต้แย้งเขตอำนาจศาลตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง เป็นที่สุด ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายในการให้คำสั่งของศาลทั้งสองหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการในปัญหาเรื่องเขตอำนาจศาลของศาลต่างระบบนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์และผูกพันศาลยุติธรรมและศาลปกครองกับคู่ความในคดีศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในคดีหมายเลขดำที่ พ ๒๐๑/๒๕๖๑ จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ดังนั้น การที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันรับคดีนี้ไว้พิจารณา จึงไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นเหตุให้กระบวนพิจารณานับแต่วันที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่

พ ๒๐๑/๒๕๖๑ จนถึงการมีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดในคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่อาจบังคับได้ จึงวินิจฉัยชี้ขาดให้คู่ความปฏิบัติไปตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๖๗๔/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๘ โดยมิให้บังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๗๑๗/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒ (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
50/2564
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้