Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปรากฏจากบันทึกว่า ผู้เสียหายได้กล่าวหาจำเลยที่ 1 กับพวกอีก 2 คนว่าบุกรุกที่ดินผู้เสียหาย ในที่สุดจำเลยที่ 1 กับพวกรับว่าได้บุกรุกและยอมออกไปจากที่ดินของผู้เสียหายแต่จำเลยที่ 1 คนเดียวไม่ยอมออกไป คงครอบครองที่ดินนั้นตลอดมา ถือได้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยที่ 1 ได้ยอมความกันโดยตกลงเลิกคดีกันแล้ว สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) การที่จำเลยที่ 1 ผิดเงื่อนไขไม่ยอมออกไปจากที่ดินเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่ามิได้มีการร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 โจทก์จะฎีกาว่ามีการร่วมกันบุกรุกซึ่งเป็นข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันบุกรุกเข้าไปทำไร่ในที่ดินบางส่วนของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายแถลงไม่ติดใจเอาความจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ จำคุก ๖ เดือน ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ และยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๓

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีสำหรับนายเม้ยจำเลยที่ ๑ ปรากฏจากรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๑๕ เอกสารหมาย จ.๑๕ ว่า นายเจียกผู้เสียหายได้กล่าวหานายเม้ยจำเลยที่ ๑ และนายบัวลา นายสำราญรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้เสียหาย ในที่สุดนายเม้ยจำเลยกับพวกอีกสองคนดังกล่าว รับว่าได้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินผู้เสียหายจริงและยอมออกไปจากที่ดินของผู้เสียหายหลังจากเก็บมันสำปะหลังที่ปลูกไว้แล้ว และปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายเม้ยจำเลยที่ ๑ คนเดียวไม่ยอมออกไปจึงครอบครองที่ดินนั้นตลอดมาจนบัดนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ เป็นความผิดอันยอมความกันได้ และข้อตกลงระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยที่ ๑ ในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันเอกสารหมาย จ.๑๕ ถือได้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยที่ ๑ ยอมความกันโดยตกลงเลิกคดีที่กล่าวหาว่าจำเลยที่ ๑ บุกรุกเอาที่ดินของผู้เสียหายแล้วสิทธินำคดีมาฟ้องจำเลยที่ ๑ ของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๒) ตั้งแต่วันที่ทำยอมกันตามเอกสารหมาย จ.๑๕ โจทก์ไม่มีสิทธิรื้อฟื้นคดีที่ยุติแล้วมาฟ้องจำเลยที่ ๑ อีก แม้จะฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ผิดเงื่อนไขไม่ยอมออกไปจากที่ดินของผู้เสียหายตามที่ยอมความไว้ในเอกสารหมาย จ.๑๕ ก็เป็นเรื่องของโจทก์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ ๑ เป็นอีกเรื่องหนึ่งหาก

คดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้นั้นเห็นว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องต้องกันมาโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า มิได้มีการร่วมกันกระทำความผิด ฎีกาโจทก์ที่ว่าการร่วมกันบุกรุกซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายพินิจ เพชรรุ่ง
ศาลอุทธรณ์ - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5471/2553

โจทก์ฟ้องว่า เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2540 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันตลอดมา โดยข้อเท็จจริงตามทางนำสืบได้ความว่าพยานโจทก์เห็นจำเลยบุกรุกในเวลากลางวัน ดังนั้น ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3002/2552

แม้ที่ดินที่เกิดเหตุจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอันเป็นที่ดินของรัฐ แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และเป็นทรัพย์สินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ มิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่เป็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125/2523

โจทก์จำเลยทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันจนถูกศาลพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ทั้งสองคน0 และคดีถึงที่สุดแล้วนั้น เป็นผลสืบเนื่องและยังไม่ขาดตอนกับที่จำเลยบุกรุกเข้าไปทำร้ายร่างกายโจทก์ในคดีนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568

จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6006/2561

ที่ดินอันตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 เพียงแต่ทางภาระจำยอมนี้ทำให้จำเลยที่ 1 ต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้