Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การรังวัดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ประชาชน หากมีผู้โต้แย้งคัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจทำการสอบสวนเปรียบเทียบ ถ้าตกลงกันได้ก็ดำเนินการไปตามที่ตกลงหากตกลงกันไม่ได้ เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจพิจารณาสั่งการไปตามที่เห็นสมควรตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 60 วรรคแรก ซึ่งคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินหาเป็นยุติไม่ คู่กรณีฝ่ายที่ไม่พอใจคำสั่งมีสิทธิที่จะฟ้องคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งต่อศาลได้ภายใน 60 วัน นับแต่ได้ทราบคำสั่งดังกล่าว แต่ถ้าเจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่บุคคลใดอันเป็นการใช้ดุลพินิจสั่งการตามที่ตนได้ทำการสอบสวนเปรียบเทียบไปโดยสุจริตตามอำนาจหน้าที่ชอบด้วยมาตรา 60 แล้วอีกฝ่ายย่อมไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.ที่ดิน มาตรา 60

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2536 นายจุ้ย พรมุณีสุนทร เจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 920/31 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองนาแซง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เนื้อที่ 2 ไร่ 97 ตารางวายื่นคำขอออกโฉนดที่ดินและนำทำการรังวัดปักหลักเขตได้เนื้อที่ 2 ไร่1 งาน 75 ตารางวา ได้เนื้อที่เกินไปจากเดิมจำนวน 78 ตารางวา โจทก์คัดค้านว่าที่ดินส่วนที่เกินเป็นของโจทก์ที่โจทก์ครอบครองต่อเนื่องมาหลังจากซื้อมาจากนางสุ่มติดชัยภูมิ ประมาณ 10 ปีแล้ว แต่เมื่อจำเลยพิจารณาคำขอของนายจุ้ยและคำคัดค้านของโจทก์แล้ว มีคำสั่งว่านายจุ้ยมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ตามคำสั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิที่ 38/2537 ให้ออกโฉนดที่ดินแก่นายจุ้ย

อันเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยระเบียบและไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องจากขัดแย้งกับระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2515) หมวด 5 ข้อ 11(1)(2) ที่ระบุโดยชัดแจ้งว่าการออกโฉนดที่ดินและการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในกรณีที่เนื้อที่แตกต่างจากหลักฐานการแจ้งการครอบครอง ให้ออกโฉนดได้เท่าที่ทำประโยชน์อยู่แล้ว นายจุ้ยอ้างว่าซื้อที่ดินมาจากนางวันดี ใบเขียว ทั้งแปลง เนื้อที่เพียง 2 ไร่ 97 ตารางวา ทั้งรูปแผนที่ เนื้อที่ ระยะในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ดังกล่าวก็ระบุจำนวนเนื้อที่ระยะความกว้างยาว ด้านทิศเหนือ ด้านทิศใต้ ด้านทิศตะวันออก ด้านทิศตะวันตกที่เจ้าพนักงานที่ดินเขียนกำกับไว้ถูกต้อง

เมื่อทำการรังวัดใหม่เพื่อออกโฉนดที่ดินจำนวนเนื้อที่ก็ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง หากมีการเปลี่ยนแปลงจริงจำเลยก็ไม่ได้ทำการสอบสวนพยานหลักฐาน สอบสวนที่ดินข้างเคียงผู้ปกครองท้องที่ให้ปรากฏว่าจำนวนเนื้อที่เพิ่มขึ้นด้วยเรื่องอะไร จำเลยไม่ปฏิบัติตามหนังสือกรมที่ดินที่ มท.0712/ว.7861 ลงวันที่ 17 เมษายน2530 การกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบของประมวลกฎหมายที่ดิน จำเลยกระทำไปโดยกลั่นแกล้งโจทก์หรือโดยมีเจตนาทุจริต ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิที่ 38/2537 เรื่องคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินเสียจำเลยให้การว่า จำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

ไม่ได้กลั่นแกล้งโจทก์ การออกคำสั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิที่ 38/2537 ของจำเลยเป็นการออกคำสั่งโดยชอบและถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนการออกคำสั่งดังกล่าวจำเลยได้เรียกทั้งสองฝ่ายคือโจทก์และนายจุ้ยมาทำการสอบสวนเปรียบเทียบและตกลงกันเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2537 แต่ทั้งสองฝ่ายไม่อาจตกลงกันได้ จำเลยจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินพิจารณาสั่งการไปตามที่เห็นสมควรจากการสอบสวนเปรียบเทียบตามถ้อยคำทั้งสองฝ่ายที่ได้ให้ไว้แก่พนักงานและจากการสอบสวนเอกสารหลักฐานแล้วและเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2537 โจทก์ก็ได้ทราบคำสั่งดังกล่าว ต่อมาวันที่ 29 สิงหาคม 2537 โจทก์ได้ยื่นฟ้องนายจุ้ยต่อศาลชั้นต้น ขอให้แสดงสิทธิในที่ดิน

ขับไล่ห้ามนายจุ้ยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดิน ซึ่งเมื่อจำเลยทราบว่าโจทก์ฟ้องนายจุ้ยแล้วก็ได้สั่งการรอเรื่องการออกโฉนดให้นายจุ้ยไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งถึงที่สุด ซึ่งในที่สุดได้มีคำพิพากษาว่าคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่นายจุ้ยของจำเลยชอบแล้วตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 636/2540ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งนัดสืบพยานโจทก์ แต่เมื่อถึงวันนัด โจทก์แถลงยอมรับว่าโจทก์ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายจุ้ย พรมุณีสุนทร เป็นจำเลยตามคดีแพ่งหมายเลขที่ 636/2540 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องและคำให้การเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ส่วนปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า เดิมที่ดินของนายจุ้ยมีเนื้อที่ 2 ไร่ 97 ตารางวา ซึ่งตามรูปแผนที่ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ระบุความกว้างความยาวไว้ เมื่อทำการรังวัดออกโฉนดปรากฏว่าเนื้อที่เพิ่มขึ้นไปจากเดิม จำเลยไม่ได้ทำการสอบสวนเจ้าของที่ดินข้างเคียงผู้ปกครองท้องที่ให้ปรากฏว่าเนื้อที่เพิ่มขึ้นด้วยสาเหตุใด อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2515) หมวด 5 ข้อ 11(1)(2) และหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท. 0712/ว.7861 ลงวันที่ 17 เมษายน 2530 ที่ออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 60 ซึ่งระเบียบดังกล่าวกำหนดว่า หากการรังวัดออกโฉนดที่ดินได้เนื้อที่แตกต่างจากหลักฐานการครอบครองเดิมก็ให้ออกโฉนดได้เท่าที่ทำประโยชน์อยู่

การที่จำเลยมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่นายจุ้ยเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แม้จำเลยจะสั่งให้โจทก์ฟ้องนายจุ้ยภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของจำเลยก็ตาม แต่ก็ทำให้โจทก์ต้องเสียเปรียบ เพราะโจทก์ต้องนำสืบก่อน คำสั่งของจำเลยดังกล่าวย่อมรับฟังได้ในเบื้องต้นเสมอไป ทั้ง ๆ ที่มีข้อเท็จจริงอย่างอื่นเกิดขึ้นใหม่ที่จะลบล้างคำสั่งของจำเลยตามคำสั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิที่ 38/2537 ได้ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวนั้น เห็นว่า ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติที่โจทก์อ้างนั้นได้ถูกยกเลิกไปแล้วตามระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2532) ว่าด้วยเงื่อนไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งอยู่ในหมวด 2 ข้อ 8 และเห็นว่า

ระเบียบดังกล่าวเพียงบัญญัติไว้เป็นแนวทางให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาถือปฏิบัติเพื่อให้การรังวัดออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนสำเร็จลุล่วงไปโดยถูกต้องเพื่อประโยชน์ของทางราชการและประชาชนเท่านั้น แต่หากมีผู้โต้แย้งคัดค้านการออกโฉนดที่ดิน ก็ย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาที่จะทำการสอบสวนเปรียบเทียบ ถ้าตกลงกันได้ก็ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลง หากตกลงกันไม่ได้ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขามีอำนาจพิจารณาสั่งการไปตามที่เห็นสมควรตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 60 วรรคแรก ซึ่งคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาดังกล่าวก็หาเป็นยุติไม่

คู่กรณีฝ่ายที่ไม่พอใจคำสั่งมีสิทธิที่จะฟ้องคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งต่อศาลได้ภายใน 60 วัน นับแต่ได้ทราบคำสั่งดังกล่าว อันเป็นการให้โอกาสแก่คู่กรณีที่ไม่พอใจคำสั่งได้นำพยานหลักฐานมาสืบโต้แย้งให้เห็นว่าคำสั่งในการสอบสวนเปรียบเทียบของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินสาขานั้นไม่ถูกต้อง ซึ่งคดีนี้ข้อเท็จจริงก็ได้ความว่า หลังจากจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิได้ใช้อำนาจทำการสอบสวนเปรียบเทียบกรณีพิพาทระหว่างโจทก์กับนายจุ้ยเกี่ยวกับการรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทแล้ว โจทก์ได้ฟ้องนายจุ้ยว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทมีสิทธิครอบครองดีกว่านายจุ้ย แต่ศาลชั้นต้นได้พิจารณาแล้วเห็นว่านายจุ้ยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ จึงพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้วตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 636/2540 ของศาลชั้นต้นดังนั้นที่โจทก์ฎีกาว่า

จำเลยไม่ได้ทำการสอบสวนเจ้าของที่ดินข้างเคียง ผู้ปกครองท้องที่และหลักฐานอื่นให้ปรากฏว่าที่ดินที่นายจุ้ยขอออกโฉนดเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากหลักฐานเดิมเพราะเหตุใดนั้น ก็ได้ความจากคำฟ้องว่า จำเลยได้เรียกโจทก์และนายจุ้ยมาสอบสวนเปรียบเทียบแล้ว ทั้งได้ความว่าคดีเดิมศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าแม้ว่า การรังวัดออกโฉนดที่ดินให้แก่นายจุ้ยจะได้เนื้อที่เพิ่มขึ้นจากหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์เดิมไปบ้าง แต่การรังวัดออกโฉนดที่ดินนั้นใช้หลักวิชาการในการคำนวณเนื้อที่ย่อมมีความแน่นอนกว่าการรังวัดออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์จึงไม่มีเหตุที่จะสงสัยว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่นายจุ้ยมาขอออกโฉนดที่ดินจะไม่ใช่ที่ดินแปลงที่นายจุ้ยนำสำรวจเพื่อออกโฉนดที่ดิน

อันจะทำให้จำเลยต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมถึงที่มาของที่ดินตามหนังสือกรมที่ดินที่ มท.0712/ว.7861 ลงวันที่ 17 เมษายน 2530 ดังที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อจำเลยสอบสวนเปรียบเทียบแล้วเชื่อว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ของนายจุ้ยแม้จะมีเนื้อที่ดินเพิ่มขึ้นจากเดิม จำเลยก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งออกโฉนดที่ดินให้แก่นายจุ้ยได้ และคำสั่งของจำเลยดังกล่าวเป็นการสั่งการไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ทั้งเป็นการใช้ดุลพินิจสั่งการไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ มิได้ทำให้โจทก์หรือนายจุ้ยต้องเสียเปรียบหรือได้เปรียบกันในชั้นพิจารณาของศาลดังเช่นที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด

เพราะกระบวนพิจารณาในศาลเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายสามารถนำพยานเข้าสืบถึงที่มาของที่ดินพิพาทที่อ้างว่าเป็นของตนได้อย่างเต็มภาคภูมิ ทั้งในคดีเดิมศาลชั้นต้นได้พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์ และนายจุ้ยนำสืบแล้ววินิจฉัยว่านายจุ้ยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ และคดีถึงที่สุดแล้ว ตามพฤติการณ์จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่า การที่จำเลยมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่นายจุ้ยเป็นการใช้ดุลพินิจสั่งการไปโดยสุจริตตามอำนาจหน้าที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 60 แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิที่ 38/2537ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5509/2545

โจทก์กับจำเลยทั้งสี่พิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท เจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนเปรียบเทียบแล้วมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่จำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินฯ มาตรา 60 เมื่อจำเลยทั้งสี่ได้รับโฉนดที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4725/2545

แม้โจทก์จะบรรยายคำฟ้องโดยตั้งประเด็นกล่าวหาว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานที่ดินปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยการสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่ ช. ผู้คัดค้านในทำนองให้รับผิดฐานละเมิด แต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8793/2543

บทบัญญัติมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินฯ เป็นเพียงการกำหนดวิธีการให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการสอบสวนเปรียบเทียบและสั่งการในกรณีที่มีการโต้แย้งสิทธิกันในการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2541

อายุความ 1 ปี เกี่ยวกับการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่งใช้บังคับเฉพาะกรณีผู้ต้องเสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดแต่คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2714/2540

โจทก์ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินต่อจากบิดาโจทก์ แต่จำเลยยื่นหนังสือคัดค้านโดยอ้างว่าที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลย แม้การยื่นคำคัดค้านดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตาม ป.ที่ดิน มาตรา 60 แต่เนื้อหาในคำคัดค้านที่จำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้