เนื้อความคำพิพากษา
คดีที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเอกชน กรณีโจทก์ออกใบอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ นำช้างออกนอกราชอาณาจักร เพื่อแสดงนิทัศนกรรมหรือส่งเสริมเผยแพร่ประเทศไทย ณ สวนสัตว์เมืองโคโลญจน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยจำเลยที่ ๑ นำหนังสือค้ำประกันของจำเลยที่ ๒ ซึ่งยอมผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ มาวางเป็นหลักประกันว่าจำเลยที่ ๑ จะนำช้างที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรและลูกช้างที่เกิดจากช้างเพศเมียระหว่างที่อยู่นอกราชอาณาจักรกลับประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาตหรือตามที่โจทก์กำหนดตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการอนุญาตให้ส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๔๗ แต่จำเลยที่ ๑ ผิดข้อตกลงตามใบอนุญาตให้ส่งช้างออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่นำช้าง และลูกช้างที่เกิดจากช้างดังกล่าวกลับเข้ามาในราชอาณาจักรภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย กรณีจึงมีปัญหาที่จะต้องพิจารณาว่า สัญญาที่จำเลยที่ ๑ ได้ให้ไว้กับโจทก์ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่นำช้างที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และลูกช้างที่เกิดจากช้างเพศเมียระหว่างที่อยู่นอกราชอาณาจักรกลับประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาตหรือตามที่โจทก์กำหนดตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการอนุญาตให้ส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นสัญญาทางปกครองหรือไม่
เห็นว่า โจทก์เป็นหน่วยงานทางปกครอง แม้สัญญาที่จำเลยที่ ๑ ได้ให้ไว้กับโจทก์ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่นำช้างที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรและลูกช้างที่เกิดจากช้างเพศเมียระหว่างที่อยู่นอกราชอาณาจักรกลับประเทศไทยภายในระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาตหรือตามที่โจทก์กำหนดตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการอนุญาตให้ส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๔๗ จะมิได้มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ แต่ก็ถือได้ว่า เป็นสัญญาที่เป็นเครื่องมือที่จะทำให้การอนุญาตและเงื่อนไขในการอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ นำช้างออกนอกราชอาณาจักรเพื่อแสดงนิทัศนกรรมหรือส่งเสริมเผยแพร่ประเทศไทย
ณ สวนสัตว์เมืองโคโลญจน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นการดำเนินกิจการทางปกครองที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของโจทก์บรรลุผล สัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาทางปกครอง ตามนัยบทนิยาม "สัญญาทางปกครอง" ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และดังนั้นคดีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาดังกล่าวจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ส่วน คดีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ตามสัญญาที่จำเลยที่ ๒ ยอมผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ ซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์ ก็ย่อมเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองด้วยเช่นกัน (ไม่มี -) - -