Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6721/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหล็กแทงรังนก เชือก และถุงกระสอบที่คนร้ายใช้เป็นอุปกรณ์ในการร่วมกันเข้าไปเก็บรังนกอีแอ่นในเขตสัมปทานโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดซึ่งเห็นสมควรให้ริบ ส่วนรังนกอีแอ่นของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งเก็บโดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการ จึงเป็นทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.อากรรังนกอีแอ่นฯ มาตรา 14 วรรหนึ่ง สมควรให้ริบเสียด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 32 ป.อ. มาตรา 33 พ.ร.บ.อากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 มาตรา 14

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2542 ระหว่างเวลากลางคืนก่อนเที่ยงถึงเวลากลางวัน เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งห้าขึ้นไปบนเกาะเทวดา ซึ่งเป็นเกาะที่นกอีแอ่นทำรังอยู่ตามธรรมชาติ และเป็นเขตสัมปทานของบริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด และร่วมกันเก็บรังนกอีแอ่นด้วยการใช้เหล็กแทงรังนกอีแอ่นซึ่งติดอยู่ที่ผนังถ้ำถุ้งเตี้ยน้อยบนเกาะเทวดาดังกล่าวให้หลุดออกจากผนังถ้ำ จำนวน 60 รัง อันเป็นการกระทำอันอาจเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่น หรือรังนกอีแอ่น และอาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะเทวดาได้ ทั้งนี้ จำเลยทั้งหาไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น แล้วจำเลยทั้งห้าร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนกอีแอ่นจำนวนดังกล่าว โดยรู้ว่าเป็นรังนกที่เก็บมาโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ตามวันเวลาดังกล่าว

เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งห้าได้พร้อมยึดรังนกอีแอ่นชนิดสีดำ จำนวน 60 รัง บรรจุอยู่ในถุงกระสอบที่มัดปากถุงไว้แล้ว จำนวน 1 ใบ เชือกยาวประมาณ 50 เมตร จำนวน 1 เส้น บรรจุอยู่ในถุงกระสอบจำนวน 1 ใบ และเหล็กแทงรังนก จำนวน 2 อัน ที่จำเลยทั้งห้าได้มาและใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง, 25 วรรคหนึ่ง, 26, 28, 31 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 90 และให้ริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง, 25 วรรคหนึ่ง, 26, 28, 31 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและทำอันตรายแก่นกอีแอ่น เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งมีโทษเท่ากัน ลงโทษฐานร่วมกันเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี ฐานร่วมกันมีรังนกอีแอ่นไว้ในครอบครองโดยรู้ว่าเป็นรังนกที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี ริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง, 25 วรรคหนึ่ง, 26, 28, 31 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ความผิดฐานร่วมกันเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานกระทำอันตรายแก่นกอีแอ่นเป็นบทหนักซึ่งมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 1 ปี 4 เดือน รังนกอีแอ่นของกลางไม่ริบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งห้าได้ขึ้นไปบนเกาะเทวดา และเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในถ้ำถุ้งเตี้ยน้อยซึ่งเป็นเกาะที่มีนกอีแอ่นทำรังอยู่ตามธรรมชาติอันเป็นเขตหวงห้าม และอยู่ในเขตที่บริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด ได้รับอนุญาตให้เก็บรังนกอีแอ่น นายหมวดตรีฉัตรชัย โคมหอม หัวหน้าชุดพิทักษ์และดูแลคุ้มครองนกอีแอ่นหมวดกองร้อย อส. จ. พท. ที่ 1 อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง พร้อมพวกได้จับกุมจำเลยทั้งห้าพร้อมยึดรังนกอีแอ่นชนิดสีดำ จำนวน 60 รัง ที่มีคนร้ายลักลอบเก็บไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทดังกล่าว พร้อมเหล็กแทงรังนก เชือกและถุงกระสอบเป็นของกลาง ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 มีว่า

จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 เป็นคนร้ายร่วมกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีนายลือชัย เพ็งสุวรรณ นายหมวดตรีฉัตรชัย โคมหอม และนายหยุ้ง ขุนศรี เป็นพยานโดยนายหยุ้ง เบิกความว่า บริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด ได้รับสัมปทานให้เก็บรังนกอีแอ่นบริเวณหมู่เกาะสี่และเกาะห้า ซึ่งประกอบด้วยเกาะรูสิบ เกาะเทวดา และเกาะอื่น ๆ อีกหลายเกาะในเขตหมู่ที่ 3 ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ตามสำเนาสัญญาต่ออายุสัญญาอนุญาตเก็บรังนกอีแอ่น พยานทำงานในตำแหน่งผู้จัดการคนงานของบริษัทดังกล่าว ในช่วงเวลาเกิดเหตุคดีนี้ทางจังหวัดพัทลุงได้จัดอาสาสมัครรักษาดินแดนให้เข้าไปดูแลรักษาความสงบบริเวณหมู่เกาะที่บริษัทได้รับสัมปทานดังกล่าว

นายลือชัยเบิกความว่า พยานเป็นพนักงานของบริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับเรือรับส่งคนงานของบริษัท วันเกิดเหตุเวลา 8.30 นาฬิกา พยานขับเรือไปส่งคนงานที่เกาะเทวดาเพื่อสลับเปลี่ยนคนงานชุดเดิม ได้ยินคนงานที่เกาะเทวดาพูดกันว่ามีคนร้ายเข้าไปที่ถ้ำถุ้งเตี้ยน้อยบนเกาะเทวดา พยานจึงแจ้งให้นายหมวดตรีฉัตรชัยทราบ นายหมวดตรีฉัตรชัยเบิกความว่า พยานได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงและคณะกรรมการให้เป็นหัวหน้าชุดพิทักษ์และดูแลคุ้มครองนกอีแอ่น มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดที่ลักลอบขึ้นไปบนเกาะสี่ เกาะห้าเพื่อจับนกอีแอ่น หรือรังนกอีแอ่น ซึ่งอยู่ในเขตสัมปทานของบริษัทแหลมทอง (สยาม) จำกัด วันเกิดเหตุ

เวลาประมาณ 9 นาฬิกา เมื่อพยานได้รับแจ้งเรื่องจากนายลือชัยแล้ว พยานกับนายสุทิน คำทอง และคนงานของบริษัทแหลมทอง (สยาม) จำกัด ได้เดินทางไปที่ถ้ำถุ้งเตี้ยน้อยให้นายสุทินกับพวกคนงานจำนวนหนึ่งไปดักเพื่อสกัดจับคนร้ายอยู่ที่ปล่องระบายอากาศของถ้ำ ซึ่งคนร้ายอาจใช้เป็นทางหลบหนีได้ ส่วนพยานกับพวกคนงานอีกจำนวนหนึ่งได้เดินเข้าไปทางปากถ้ำ เมื่อเข้าไปได้ประมาณ 15 เมตร ก็พบกระสอบสำหรับใช้ใส่ปุ๋ยวางอยู่ที่พื้นถ้ำ จำนวน 1 ใบ ตรวจสอบแล้วภายในกระสอบมีห่ออาหาร ไฟฉาย น้ำดื่ม และเชือก นอกจากนี้ยังพบเหล็กสำหรับใช้แทงรังนกอยู่ใกล้ ๆ กับกระสอบดังกล่าวด้วย พยานกับพวกตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงต่อไปจึงได้พบจำเลยที่ 1 และที่ 3 หลบซ่อนอยู่ในโพรงหิน

ห่างจากที่พบกระสอบดังกล่าวประมาณ 5 เมตร สอบถามจำเลยที่ 1 และที่ 3 แล้วได้ความว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มาด้วยกันทั้งหมดรวม 5 คน โดยพวกที่เหลือได้พากันไปหลบอยู่ที่โพรงถ้ำซึ่งเป็นแอ่งลึกลงไปจากพื้นถ้ำประมาณ 45 เมตร พยานกับพวกจึงลงไปในแอ่งลึกดังกล่าว เมื่อลงไปถึงพื้นแอ่งลึกได้พบจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 จึงได้ควบคุมตัวกลับขึ้นไปบนถ้ำ เมื่อขึ้นถึงลานดินชั้นบนของถ้ำได้มีคนงานนำกระสอบสำหรับใช้ใส่ปุ๋ยอีก 1 ใบ มาส่งมอบให้พยานโดยแจ้งว่าพบอยู่ใกล้ ๆ กับกระสอบที่พบครั้งแรก พยานได้ตรวจสอบแล้วภายในกระสอบที่พบครั้งหลังมีรังนกอีแอ่นชนิดสีดำบรรจุอยู่จำนวน 60 รัง พยานได้สอบถามจำเลยทั้งห้าแล้วให้การว่า จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันมาที่เกิดเหตุเพื่อที่จะแทงรังนกอีแอ่นภายในถ้ำ แต่ยังไม่ได้ลงมือแทงรังนกแต่อย่างใด

กระสอบที่พบทั้ง 2 ใบ ไม่ใช่ของจำเลยทั้งห้า แต่พยานเชื่อว่าจำเลยทั้งห้าเป็นคนร้ายเนื่องจากพบจำเลยทั้งห้าอยู่ในถ้ำ และตรวจพบว่าที่ผนังถ้ำมีร่องรอยการแทงรังนกทั้งเหล็กแหลมสำหรับแทงรังนกที่พบก็มีร่องรอยการใช้แทงรังนกอีกด้วย จึงแจ้งข้อหาจำเลยทั้งห้าว่า แทงและเก็บรังนกอีแอ่นและมีรังนกอีแอ่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วทำบันทึกการจับกุมให้จำเลยทั้งห้าลงชื่อไว้ตามบันทึกการจับกุมจากนั้นควบคุมจำเลยทั้งห้าพร้อมยึดสิ่งของที่ค้นพบดังกล่าวเป็นของกลาง ส่งมอบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ร้อยตำรวจเอกศิริศักดิ์ พูลศิริ พนักงานสอบสวนเบิกความว่า ชั้นสอบสวนแจ้งข้อหาเช่นเดียวกับชั้นจับกุม

จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ พยานได้จัดทำบัญชีของกลางไว้ ตามบัญชีของกลางคดีอาญา ถ่ายภาพของกลางไว้ เห็นว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมาเบิกความถึงการกระทำผิดของจำเลยทั้งห้า คำเบิกความของพยานโจทก์คงได้ความเพียงพฤติการณ์แวดล้อมกรณีเท่านั้นกล่าวคือพยานโจทก์พบกระสอบปุ๋ยที่มีห่ออาหารไฟฉาย น้ำดื่ม และเชือก บรรจุอยู่จำนวน 1 ใบ เหล็กแหลมสำหรับแทงรังนกอีแอ่น 2 อัน และกระสอบปุ๋ยที่มีรังนกอีแอ่นบรรจุอยู่ 60 รัง อีก 1 ใบ ยึดไว้เป็นของกลาง ของกลางดังกล่าวอยู่ใกล้กันและอยู่ห่างจากจุดที่พบจำเลยที่ 1 ที่ 3 หลบซ่อนอยู่ประมาณ 5 เมตร ทั้งพบว่าบริเวณผนังถ้ำมีร่องรอยการแทงรังนกอีแอ่น และพบด้วยว่าเหล็กแหลมของกลางมีร่องรอยการใช้งานมาแล้วด้วย

พฤติการณ์เช่นนี้ประกอบกับการที่จำเลยทั้งห้าขึ้นเกาะและเข้าไปในถ้ำที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงทำให้พยานโจทก์ต่างคิดว่าจำเลยทั้งห้าร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง แต่เมื่อพิเคราะห์จากคำเบิกความของพยานโจทก์ในการตอบคำถามค้านทนายจำเลยทั้งห้าแล้ว นายลือชัยเบิกความว่าเคยได้ยินข่าวว่าคนงานซึ่งทำหน้าที่เก็บรังนกอีแอ่นได้เก็บรังนกแล้วซ่อนไว้ในถ้ำเพื่อให้บุคคลอื่นมานำออกไป นายหยุ้ง ผู้จัดการคนงานเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุคดีนี้เคยมีคนงานลักรังนกจำนวนมาก โดยเก็บซุกซ่อนไว้ทั้งในและนอกถ้ำ เคยมีการวิสามัญคนร้ายที่เข้าไปลักรังนกแล้วประมาณ 20 ศพ ชั้นจับกุมคนร้ายมักให้การรับสารภาพ การเก็บรังนกนั้นเหล็กแหลมสำหรับแทงรังนกจะต้องมีไม้ต่อจึงจะใช้แทงรังนกได้เนื่องจากถ้ำสูง

นอกจากนี้ยังต้องมีโครงไม้ไผ่พาดใช้ปีนผนังถ้ำด้วย ไม้ที่ใช้ต่อเหล็กแทงรังนกมีขนาดยาวประมาณ 3-4 เมตร เชือกของกลางคดีนี้ใช้ปีนลงในถ้ำได้ ปกติภายใจถ้ำจะไม่มีไม้ไผ่หากมีอุปกรณ์เพียงแค่ของกลางคดีนี้จะไม่สามารถเก็บรังนกได้ นายหมวดตรีฉัตรชัยเบิกความว่า ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเหล็กแทงรังนกของกลางได้ใช้แทงรังนกในวันเกิดเหตุหรือไม่ คนงานจะใช้เหล็กแทงรังนกและเชือกลักษณะเดียวกับของกลาง รังนกของกลางเป็นรังนกที่เก็บไว้ก่อนแล้วโดยคนงานของบริษัทหรือไม่ ไม่ทราบ จากคำเบิกความของพยานโจทก์ที่ตอบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านดังกล่าวประกอบกับพฤติการณ์ที่เป็นพิรุธที่ได้จากคำเบิกความของนายหมวดตรีฉัตรชัย กล่าวคือนายหมวดตรีฉัตรชัยเบิกความว่าเมื่อจับกุมจำเลยทั้งห้าได้

สอบถามแล้วจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ แต่เมื่อแจ้งข้อหาให้จำเลยทั้งห้าทราบจำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ จึงได้ทำบันทึกการจับกุมไว้ และเมื่อตอาบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านนายหมวดตรีฉัตรชัยกลับเบิกความว่า หลังจากควบคุมตัวจำเลยทั้งห้าแล้ว ได้สอบถามจุดประสงค์ที่จำเลยทั้งห้ามาที่ถ้ำ จำเลยทั้งห้าแจ้งว่าเพิ่งเข้ามายังไม่ได้ดำเนินการอะไร อีกทั้งจำเลยทั้งจำเลยทั้งห้าเบิกความปฏิเสธว่าไม่ได้รับสารภาพในบันทึกการจับกุมโดยสมัครใจ ต้องยอมรับสารภาพเพราะถูกข่มขู่ว่าหากไม่ยอมรับสารภาพจะถูกยิงทิ้ง เช่นนี้เห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่ามีคนร้ายค้นไปบนเกาะใช้เหล็กแทงรังนกอีแอ่นโดยผิดกฎหมาย แต่ยังไม่มีน้ำหนักมั่นคงให้เชื่อได้โดยสนิทใจว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง

กรณียังมีเหตุสงสัยตามสมควรต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามาไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ฟังขึ้น พยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 และที่ 4 เหมือนกันกับพยานหลักฐานของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ทุกประการเพราะเป็นพยานหลักฐานชุดเดียวกัน เมื่อพยานหลักฐานดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักมั่นคงให้เชื่อได้โดยสนิทใจว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง ก็ย่อมไม่มีน้ำหนักให้เชื่อได้โดยสนิทใจว่าจำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องด้วยเพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ดังนั้นแม้จำเลยที่ 1 และที่ 4 มิได้ฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 4 ที่มิได้ฎีกาด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225

อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาให้ริบเหล็กแทงรังนก เชือก และถุงกระสอบนั้นชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่ริบรังนกอีแอ่นของกลางนั้น เห็นว่า รังนกอีแอ่นของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งเก็บโดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการจึงเป็นทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยการฝ่าฝืนตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่ริบรังนกอีแอ่นของกลางดังกล่าว จึงไม่ชอบ เห็นสมควรให้ริบเสียด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งห้า แต่ให้ริบของกลางทั้งหมด()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2566

จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราธนบัตรของรัฐบาลไทยชนิดราคา 100 บาท และมีธนบัตรปลอมนั้นไว้เพื่อนำออกใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอม เป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่ทำปลอมและมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อนำออกใช้แล้ว จากนั้นจำเลยนำธนบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5584/2562

แม้ศาลชั้นต้นจะนำแบบพิมพ์คำให้การจำเลย (คดีรับสารภาพไม่ต้องสืบพยาน) มาใช้แต่ก็ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่อยู่ด้านหลังแบบพิมพ์คำให้การดังกล่าวว่า นัดสอบคำให้การวันนี้ โจทก์และจำเลยมาศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5747/2561

เจตนารมณ์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดในชั้นที่ถูกกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง เพื่อเยียวยาแก้ไขเสียก่อนเข้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6521/2560

แม้คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ แต่โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับรถยนต์ของกลางว่า เป็นยานพาหนะที่จำเลยกับพวกใช้ขับมาร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ โดยไม่ปรากฏว่ามีการใช้รถยนต์ของกลางซุกซ่อน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6733/2560

ร้อยตำรวจเอก ท. และดาบตำรวจ บ. กับพวกตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางได้จากจำเลยที่อำเภอปากพนัง ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากพนัง การสอบสวนโดยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้