Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6728/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจะพิจารณาว่าสัญญาประกันที่มีกรมธรรม์ประกันอิสรภาพของผู้ร้องเป็นหลักประกันนั้นเป็นสัญญาประกันตัวจำเลยเพื่อให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นสัญญาประกันการชำระหนี้ค่าปรับ ต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ รูปแบบ และเนื้อความแห่งสัญญาประกันที่ศาลเลือกใช้ ในคดีนี้ปรากฏว่า กรมธรรม์ประกันอิสรภาพที่ผู้ร้องออกให้ไว้แก่ศาลนั้น ผู้ร้องรับรองต่อศาลว่าหากจำเลยไม่มาศาล ผู้ร้องก็จะชำระเงินให้แก่ศาลในวงเงิน 90,000 บาท ข้อความตามสัญญาประกันในคดีนี้จึงมีลักษณะเป็นการรับรองว่าจำเลยจะมาศาลเมื่อถึงวันครบกำหนดชำระค่าปรับตามที่ศาลอนุญาตให้ผัดชำระค่าปรับ อันเป็นสัญญาประกันตัวจำเลยเพื่อขอให้ศาลปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวไม่ใช่สัญญาประกันเพื่อการชำระหนี้ค่าปรับที่ในชั้นที่สุดจะบังคับเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของค่าปรับตามคำพิพากษา จึงจะนำเงินที่ผู้ร้องนำมาชำระค่าปรับตามสัญญามาเป็นส่วนหนึ่งแห่งค่าปรับตามคำพิพากษาไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1), 70 วรรคสอง พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง, 34 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า จำเลยกระทำความผิดซ้ำภายในห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ระวางโทษสองเท่าตามมาตรา 73 คงจำคุก 3 เดือนและปรับ 101,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และเห็นควรคุมประพฤติจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติจำนวน 8 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี และให้จำเลยกระทำกิจการบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรจำนวน 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามฟ้อง จำนวน 60 แผ่น ให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และให้จ่ายเงินค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยยื่นคำร้องขอผัดชำระค่าปรับและขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้กรมธรรม์ประกันอิสรภาพหลังการกระทำผิดเป็นหลักประกันตามกรมธรรม์เลขที่ 100 - 50 - 638 - 1 - 001120 ที่ออกโดยผู้ร้องมาวางไว้ต่อศาลเป็นหลักประกัน และผู้ร้องมีหนังสือรับรองต่อมา จำเลยผู้ประกันผิดสัญญาประกันโดยไม่มาตามนัดต่อศาล ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงสั่งให้ผู้ร้องนำเงินค่าปรับจำนวน 90,000 บาท มาชำระต่อศาล

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ลดค่าปรับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า สัญญาประกันที่มีกรมธรรม์ประกันอิสรภาพของผู้ร้องเป็นหลักประกันนั้น เป็นสัญญาประกันตัวจำเลยเพื่อให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวหรือเป็นสัญญาประกันการชำระหนี้ค่าปรับ ซึ่งการจะพิจารณาว่าเป็นสัญญาประกันประเภทใดนั้น ต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ รูปแบบ และเนื้อความแห่งสัญญาประกันที่ศาลเลือกใช้ สำหรับในคดีนี้ ปรากฏว่าศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งไว้ในคำพิพากษาว่า หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จากนั้นจำเลยชำระค่าปรับบางส่วนและยื่นคำร้องขอผัดชำระค่าปรับส่วนที่เหลือ และขอศาลให้โอกาสจำเลยเพื่อออกไปหาเงินชำระค่าปรับจนครบถ้วนเป็นเวลา 30 วัน และขอปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างผัดชำระค่าปรับโดยใช้กรมธรรม์ประกันอิสรภาพที่ออกโดยผู้ร้องเป็นหลักประกันรายละเอียดปรากฏตามคำร้องฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2550 ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาตตามคำร้องดังกล่าวและอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวรายละเอียดปรากฏตามคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2550 ทั้งนี้ตามสัญญาประกันฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2550 มีข้อความว่า

ผู้ประกันสัญญารับประกันตัวจำเลย เพื่อให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยจนกว่าผู้ประกันได้นำจำเลยมามอบตัวต่อศาล และศาลสั่งให้ถอนประกันหรือปล่อยตัวไป ทั้งนี้ตามกรมธรรม์ประกันอิสรภาพที่ผู้ร้องซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยออกให้ไว้แก่ศาล นั้น ผู้ร้องรับรองต่อศาลว่า หากจำเลยไม่มาศาล ผู้ร้องก็จะชำระเงินให้แก่ศาลในวงเงิน 90,000 บาทปรากฏตามสำเนาหนังสือรับรองของผู้ร้องแนบท้ายคำร้องขอ ให้ปล่อยตัวชั่วคราวดังกล่าวต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2550 จำเลยผิดสัญญาประกัน ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางออกหมายจับและปรับนายประกันตามสัญญาประกัน วันที่ 25 พฤษภาคม 2550 จำเลยมาศาลและขอให้เพิกถอนหมายจับและงดปรับนายประกัน กับทั้งขอใช้หลักประกันเดิมและสัญญาประกันเดิมที่วางไว้

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต จำเลยชำระค่าปรับตามคำพิพากษาเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2550 จำเลยไม่มาศาลเพื่อชำระค่าปรับส่วนที่เหลือ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงออกหมายจับจำเลยและปรับนายประกันตามสัญญา ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 11 กันยายน 2550 ตามพฤติการณ์ดังกล่าวประกอบกับข้อความตามสัญญาประกันในคดีนี้จึงมีลักษณะเป็นการรับรองว่าจำเลยจะมาศาลเมื่อถึงวันครบกำหนดชำระค่าปรับตามที่ศาลอนุญาตให้ผัดชำระค่าปรับ อันเป็นสัญญาประกันตัวจำเลยเพื่อขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งไม่ใช่สัญญาประกันเพื่อการชำระหนี้ค่าปรับที่ในชั้นที่สุดจะบังคับเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของค่าปรับตามคำพิพากษา จึงจะนำเงินที่ผู้ร้องชำระค่าปรับตามสัญญามาเป็นส่วนหนึ่งแห่งค่าปรับตามคำพิพากษาไม่ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเห็นว่าเป็นสัญญาประกันการชำระหนี้ค่าปรับ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า สมควรลดค่าปรับแก่ผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งปรับผู้ร้องตามคำสั่งวันที่ 12กันยายน 2550 ในรายงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวและหมายแจ้งคำสั่งไปยังผู้ร้อง ผู้ร้องนำเงินมาชำระค่าปรับตามสัญญาวันที่ 24 เมษายน 2551 ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2554 เจ้าพนักงานตำรวจนำตัวจำเลยมาส่งศาล โดยปรากฏตามบันทึกการจับกุมเอกสารท้ายหนังสือขอส่งตัวจำเลยของกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษว่า ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ร้องมีส่วนช่วยเหลือติดตามจนจับกุมจำเลยได้ เห็นว่า ผู้ร้องไม่ได้บิดพลิ้วในการนำเงินมาชำระค่าปรับ และได้ใช้ความพยายามขวนขวายและมีส่วนช่วย เจ้าพนักงานตำรวจให้นำตัวจำเลยมาศาลได้ จึงเห็นสมควรลดค่าปรับลงอีก คงปรับ 40,000 บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดค่าปรับให้แก่ผู้ร้องกรณีผิดสัญญาประกันลงอีกคงปรับเป็นเงิน 40,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · อร่าม เสนามนตรี · สมควร วิเชียรวรรณ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุรพล คงลาภ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(อ)21/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ873/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1663/2550
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้