คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร และฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ , ๒๘๔
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก , ๒๘๔ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักฐานร่วมกันกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๓ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว จำคุกคนละ ๑ ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ และข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ เมื่อมารดาผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แทนผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์แล้ว สำหรับความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ อันเป็นความผิดอันยอมความได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จะพิพากษาจำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาความผิดฐานนี้ออกจากสารบบความเท่านั้น ส่วนข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้
การถอนคำร้องทุกข์จึงไม่เป็นผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปด้วย และเมื่อศาลชั้นต้นได้กำหนดโทษจำเลยทั้งสองตามข้อหาความผิดฐานนี้แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ต้องพิจารณาและพิพากษาว่าสมควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษแก่จำเลยทั้งสองหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาให้จำหน่ายคดีในข้อหาความผิดฐานนี้จากสารบบความด้วย จึงไม่ชอบ
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ในส่วนที่ให้จำหน่ายคดีข้อหาความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก จากสารบบความ และให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิจารณาพิพากษาในข้อหาความผิดฐานนี้ตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘. (สมชาย พงษธา - ประสพสุข บุญเดช - จรัส พวงมณี)()ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายสมเลข สุวรรณนิมิตรศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นางนพวรรณ อินทรัมพรรย์