Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2513 (เลขอ้างอิง 67859)

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อปรากฏว่ากรณีพิพาทเป็นเรื่องเถียงกรรมสิทธิ์ที่ดินว่าเป็นของโจทก์หรือจำเลย แม้โจทก์จะมีกำขอให้ห้ามจำเลยกับบริวาร เข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาท และขอให้สั่งเพิกถอนโฉนดของจำเลยเสียด้วย ก็เป็นเพียงผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอันเป็นเพียงส่วนของคำขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินนั่นเอง จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ดังนั้น เมื่อทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ก็ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกา ศาลฎีกาก็ไม่วินิจฉัยให้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง ๔ สำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ทั้งสี่ฟ้องจำเลยคนเดียวกัน ใจความว่า โจทก์ทั้งสี่ต่างเป็นเจ้าของที่ดินคนละ ๑ แปลง ครอบครองติดต่อกันมากกว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยนำพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์สำนวนที่ ๑ และ ๒ รายละ ๒๑ ตารางวา ราคาสำนวนละ ๕๐๐ บาท ที่ดินของโจทก์สำนวนที่ ๓ ประมาณ ๑๔๐ ตารางวา ราคา ๑,๕๐๐ บาท และที่ดินของโจทก์สำนวนที่ ๔ ประมาณ ๘๐ ตารางวา ราคา ๒๐๐ บาท ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาททุกสำนวนเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และสั่งเพิกถอนโฉนดที่ ๘๔๙๙ ของจำเลย จำเลยให้การทั้ง ๔ สำนวนว่า จำเลยนำรังวัดเขตโฉนดที่ดินของจำเลย ไม่ได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ โจทก์ไม่เคยครอบครองที่ดินตามโฉนดของจำเลย การออกโฉนดของจำเลยชอบด้วยกฎหมายโจทก์ไม่มีอำนาจเพิกถอน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทุกสำนวน พิพากษาว่า ที่ดินทุกสำนวนเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยแก้ไขโฉนดที่ ๘๔๙๙ ของจำเลยให้ถูกต้อง

จำเลยอุทธรณ์ ทั้ง ๔ สำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาทั้ง ๔ สำนวน ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาว่า เป็นคดีฟ้องขับไล่ ไม่มีทุนทรัพย์จึงให้รับเป็นฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีทั้ง ๔ สำนวนนี้เป็นกรณีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทว่าเป็นของโจทก์หรือจำเลย แม้คำขอของโจทก์ที่ว่า ขอให้ห้ามจำเลยกับบริวาร เข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาทและขอให้สั่งเพิกถอนโฉนดที่ ๘๔๙๙ เสียด้วย ก็เป็นเพียงผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอันเป็นเพียงส่วนของคำขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินนั่นเอง จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และคดีทั้ง ๔ สำนวนนี้ โจทก์สำนวนที่ ๑ และสำนวนที่ ๒ ได้ตีราคาทรัพย์ที่พิพาทมาสำนวนละ ๕๐๐ บาท โจทก์สำนวน ที่ ๓ ตีราทรัพย์ ๑,๕๐๐ บาท และโจทก์สำนวนที่ ๔ ตีราคา ๒๐๐ บาท ไม่ถึง ๕,๐๐๐ บาท ทุกสำนวน ซึ่งจำเลยก็มิได้โต้แย้งคัดค้านราคาทรัพย์พิพาทเป็นอย่างอื่น ดังนั้น ในชั้นฎีกา

คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ หาได้ไม่ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นในตอนท้ายแห่งมาตราดังกล่าวแล้วเท่านั้น แต่คดีนี้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์ก็มิได้มีความเห็นแย้ง ทั้งผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ก็มิได้รับรองไว้ หรือรับรองในเวลาตรวจฎีกาว่ามีเหตุสมควรฎีกาได้แต่อย่างใดทางที่จำเลยจะฎีกาได้จึงมีเพียงในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ปรากฏว่าจำเลยฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาดังกล่าวมาแล้วข้างต้น แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของจำเลย ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถม สิริสาลี · กิตติ สีหนนทน์ · ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายศักดิ์ สนองชาติ
ศาลอุทธรณ์ - นายสุขุม จันทวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้