Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 67874)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถาง เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา กล่าวคือ ยังครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดี ศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 297 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โดยไม่จำเป็นจะต้องให้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยในทางแพ่งขึ้นมาใหม่ จำเลยจะอ้างว่าตนได้ครอบครองที่ป่ามาช้านานจนกลายเป็นที่นา ดังนี้ถือว่า เป็นการอ้างข้อเท็จจริงมาใหม่ขัดกับข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติในทางพิจารณา หากจะฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างมา ก็เท่ากับให้ดำเนินคดีกับจำเลยใหม่ ซึ่งจะมีผลเป็นการแก้คำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ย่อมเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 โดยห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว นอกจากถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 16 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 17 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 18 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 21 ป.ที่ดิน มาตรา 6 ป.ที่ดิน มาตรา 9 ป.ที่ดิน มาตรา 108 พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2505 มาตรา 3 พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2505 มาตรา 4 ป.วิ.พ. มาตรา 297 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.อ. มาตรา 190

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง ๑๑ สำนวนนี้

โจทก์ฟ้องจำเลยด้วยข้อหาทำนองเดียวกันว่า จำเลยแต่ละสำนวนแผ้วถาง ก่นสร้าง เผา ทำลายป่า ตัดฟันไม้หวงห้ามประเภท ก. โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน แล้วจำเลยบังอาจเข้ายึดถือจับจองครอบครองป่าที่แผ้วถางนั้น โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีสิทธิครอบครอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗, ๑๑, ๕๔, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ตรี, ๗๓, ๗๔ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖, ๑๔, ๑๗ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕, ๑๑, ๑๖, ๑๗, ๑๘, ๒๑ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖, ๙, ๑๐๘ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓, ๔ และให้ศาลสั่งให้ออกจากป่าที่แผ้วถางจับจองครอบครองยึดถือด้วย จำเลยทุกสำนวนให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้องทุกประการให้ลงโทษปรับจำเลยสำนวนละ ๒๐๐ บาท และให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางคดีทุกสำนวนถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องทั้ง ๑๑ สำนวน ว่าจำเลยแต่ละสำนวนยังคงยึดถือครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ ให้ออกหมายจับและกักขังจำเลยซึ่งจงใจไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกจำเลยทุกสำนวนมาสอบถาม จำเลยแถลงว่าที่ป่าที่โจทก์ฟ้องจำเลยว่าแผ้วถางนั้น จำเลยได้ครอบครองทำมาช้านาน จำเลยทุกคนเว้นแต่นางตุม นายดำ นายแก้ว มี ส.ค. ๑ ประกอบการครอบครองด้วย โจทก์แถลงว่าไม่แน่ว่าจะเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับป่าที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้พนักงานศาลไปรังวัดทำแผนที่ ปรากฏว่าป่าที่จำเลยทั้ง ๑๑ สำนวนแผ้วถางครอบครองตามฟ้องเป็นป่าแห่งเดียวกันและอยู่ติดต่อกัน โจทก์จำเลยรับรองว่าแผนที่ถูกต้อง เพื่อสะดวกในชั้นไต่สวนบังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงสั่งรวมพิจารณา

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัย ให้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งแล้วปรากฏตามแผนที่กลางว่าที่พิพาทเป็นป่าทำเลเลี้ยงสัตว์โคกหนองอาแว่น มีป่าเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย นอกนั้นเป็นที่นาบ้าง ที่ปลูกบ้านอาศัยจนกลายเป็นหมู่บ้านตาม ส.ค. ๑ แสดงว่าจำเลยได้ครอบครองเป็นที่นามาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘ ไม่ใช่เพิ่งจะแผ้วถางครอบครอง จะบังคับให้จำเลยออกไปตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ ยังไม่สมควร โจทก์ชอบที่จะดำเนินคดีฟ้องขับไล่ใหม่ ให้ยกคำร้องโจทก์ทุกสำนวน

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทุกสำนวนอยู่ในฐานะที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา เมื่อเพิกเฉยไม่ยอมปฏิบัติตาม โจทก็มีสิทธิร้องให้ศาลจับกุมกักขังจำเลยเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๗ ถึง ๓๐๐ มาใช้บังคับ โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการสั่งในทางบังคับคดีตามนัยดังกล่าวข้างต้น จำเลยทุกสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา คือออกไปจากป่าที่จำเลยรับว่าได้แผ้วถางและยึดถือครอบคอรงโดยผิดกฎหมาย เมื่อจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา และโจทก์มีคำขอให้บังคับคดี ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีแก่จำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๗ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ไม่จำเป็นจะต้องให้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยในทางแพ่งขึ้นมาใหม่ การที่จำเลยอ้างว่าจำเลยได้ครอบครองที่ป่ามาช้านานจนกลายเป็นที่นา เป็นการอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ ขัดกับข้อเท็จจริงซึ่งฟังเป็นยุติในทางพิจารณาแล้ว หากรับฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างและให้ดำเนินคดีกับจำเลยใหม่ จะมีผลเป็นการแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ ซึ่งห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว นอกจากถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · ชลัม รุทระวณิช · ลออง จุลกะเศียน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายธรรมสถิตย์ ธีระกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16282)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถาง. เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา.กล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดี. ศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39342)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษากล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดีศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2519

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตัดฟันไม้ แผ้วถางป่า ฯลฯ แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ดังนี้ จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ไม่ได้คงลงโทษได้เพียงเป็นผู้สนับสนุน เมื่อโจทก์ไม่ด้บรรยายฟ้องว่าจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2563

โจทก์บรรยายในคำฟ้องอย่างแจ้งชัดว่า จำเลยทำไม้ปอเลียง ในบริเวณป่าบางไต เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงต้องรับฟังตามคำฟ้องว่าจำเลยทำไม้ในป่าอันเป็นการทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6616/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าที่ดินภูเขากระโดน อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมธน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้