Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 568 วรรคแรก ข้อความว่าผู้เช่าจะเรียกให้ลดค่าเช่าลงตามส่วนก็ได้ มีความหมายอยู่ในตัวว่าผู้เช่าจะไม่เรียกให้ลดค่าเช่าลงก็ได้ บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บังคับให้ต้องลดค่าเช่าลงในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปแต่เพียงบางส่วน สัญญาเช่าที่มีข้อตกลงว่าจำเลยต้องชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์เป็นรายปีไม่ว่าจำนวนรั้วที่กั้นและเนื้อที่โฆษณาจะลดลงด้วยประการใดก็ตามค่าเช่าในแต่ละรายปีจะไม่เปลี่ยนแปลงนั้นจึงไม่ขัดต่อกฎหมาย สัญญามีข้อความว่า "ในกรณีที่ผู้เช่า (จำเลย) ไม่ชำระค่าเช่าตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา ให้กรุงเทพมหานคร (โจทก์)ริบเงินค้ำประกันสัญญาตามสัญญาข้อ 3 และให้ถือเป็นการบอกเลิกสัญญาต่อกันทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน" นั้นเป็นการให้สิทธิเลิกสัญญาเฉพาะโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เท่านั้น มิได้ให้สิทธิแก่จำเลยผู้ไม่ชำระหนี้ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาให้เช่าเนื้อที่รั้วกั้นแบ่งครึ่งถนนเพื่อโฆษณาข้อความและภาพกับจำเลย แต่ครั้นครบกำหนดสัญญาในปีที่ 1 แล้ว จำเลยไม่ชำระค่าเช่าสำหรับในปีที่ 2 โจทก์ทวงถาม จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยจำนวน 468,304.99 บาทและดอกเบี้ยต่อไปอีกในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 458,000บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าเนื้อที่รั้วกั้นแบ่งครึ่งถนนจากโจทก์ทั้งหมด 61 จุด แต่โจทก์ผิดสัญญาได้รื้อถอนรั้วกั้นแบ่งครึ่งถนนไปหมดสิ้น สัญญาเช่าจึงสิ้นสุดตั้งแต่บัดนั้น

โจทก์ไม่มีสิทธิคิดค่าเช่าจากจำเลยในปีที่ 2ส่วนตามสัญญาข้อ 4 ที่ว่า ผู้เช่ายินยอมชำระค่าเช่าแม้เนื้อที่โฆษณาจะลดน้อยลงประการใดก็ตามนั้นเป็นข้อความที่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยจึงเป็นโมฆะ ทั้งโจทก์ไม่มีสิทธิริบเงินประกันจึงต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยพร้อมด้วยดอกเบี้ย คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 19,656 บาท รวมเป็นเงิน 238,056 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์และให้โจทก์คืนเงินจำนวน 238,056 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีจากต้นเงิน 218,400 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า สัญญาเช่าข้อ 4 ไม่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของประชาชนเพราะเพียงเนื้อที่โฆษณาลดลงไม่ได้ไม่มีอยู่เลย

โจทก์จึงมีสิทธิคิดค่าเช่าในปีที่ 2 เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าเช่าจึงเป็นการผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและริบเงินค้ำประกัน จำเลยไม่มีสิทธิเรียกเงินคืนจากโจทก์พร้อมดอกเบี้ยดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องแย้งจำเลยศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์468,304.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 458,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นและให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฟ้องแย้งให้เป็นพับทั้งหมด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาเช่ากันตามฟ้อง โดยโจทก์เป็นผู้ให้เช่า

จำเลยเป็นผู้เช่า สัญญาดังกล่าวข้อ 4 มีว่า "ผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าทำการโฆษณาที่กำหนดให้มีกำหนดเวลาเช่า 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 23 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2527ซึ่งจะครบกำหนดอายุสัญญาวันที่ 23 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2530 โดยผู้เช่ายินยอมชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าเป็นรายปีไม่ว่าจำนวนรั้วที่กั้นและเนื้อที่โฆษณาจะลดลงด้วยประการใดก็ตาม ค่าเช่าในแต่ละรายปีจะไม่เปลี่ยนแปลงดังนี้ปีที่ 1 ผู้เช่าจะต้องชำระค่าเช่าในวันทำสัญญาเป็นเงิน600,000 บาทปีที่ 2 ผู้เช่าจะต้องชำระค่าเช่าก่อนครบรอบปีที่ 1 ภายใน90 วัน โดยให้อัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 20 ของจำนวนเงินค่าเช่าของปีที่ 1 เป็นเงิน 720,000 บาทปีที่ 3 ผู้เช่าจะต้องชำระค่าเช่าก่อนครบรอบปีที่ 2 ภายใน90 วัน โดยให้อัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 20 ของจำนวนเงินค่าเช่าของปีที่ 2 เป็นเงิน 864,000 บาทในกรณีที่ผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาให้กรุงเทพมหานครริบเงินค้ำประกันสัญญา ตามสัญญาข้อ 3 และให้ถือเป็นการบอกเลิกสัญญาต่อกันทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน"เงินค้ำประกันสัญญาตามสัญญาข้อ 3 คือเงินจำนวน 218,400 บาทตามหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารทหารไทย

จำกัด เลขที่ 456/2527ลงวันที่ 30 มกราคม 2527 จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิคิดค่าเช่าปีที่ 2 จากจำเลย และไม่ยอมชำระค่าเช่าปีที่ 2 ให้โจทก์ และวินิจฉัยว่า แม้สัญญาข้อ 4 ที่โจทก์จำเลยตกลงกันว่า จำเลยต้องชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์เป็นรายปีไม่ว่าจำนวนรั้วที่กั้นและเนื้อที่โฆษณาจะลดลงด้วยประการใดก็ตาม ค่าเช่าในแต่ละรายปีจะไม่เปลี่ยนแปลงนั้น จะแตกต่างกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 568 วรรคแรกซึ่งบัญญัติไว้ว่า "ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปแต่เพียงบางส่วนและมิได้เป็นเพราะความผิดของผู้เช่า ท่านว่าผู้เช่าจะเรียกให้ลดค่าเช่าลงตามส่วนที่สูญหายก็ได้" ข้อความที่ว่าผู้เช่าจะเรียกให้ลดค่าเช่าลงตามส่วนที่สูญหายก็ได้

มีความหมายอยู่ในตัวว่าผู้เช่าจะไม่เรียกให้ลดค่าเช่าลงก็ได้ บทบัญญัติดังกล่าวจึงมิได้บัญญัติบังคับให้ต้องลดค่าเช่าลง ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปแต่เพียงบางส่วนแต่ประการใด ข้อตกลงดังกล่าวของโจทก์จำเลยจึงไม่ขัดต่อกฎหมาย ตามสัญญาข้อ 4 วรรคท้าย ความว่า "ในกรณีที่ผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่าตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาให้กรุงเทพมหานครริบเงินค้ำประกันสัญญา ตามสัญญาข้อ 3 และให้ถือเป็นการบอกเลิกสัญญาต่อกันทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน" เห็นว่าข้อความว่า "และให้ถือเป็นการบอกเลิกสัญญาต่อกันทันที" เป็นข้อความที่ขยายและต่อเนื่องกับข้อความที่ว่า "ให้กรุงเทพมหานครริบเงินค้ำประกันสัญญา ตามสัญญาข้อ 3" หมายความว่า

ถ้าจำเลยไม่ชำระค่าเช่าตามกำหนดโจทก์มีสิทธิริบเงินค้ำประกันสัญญา และการริบเงินค้ำประกันดังกล่าวถือว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาด้วย สัญญาข้อนี้ให้สิทธิเฉพาะโจทก์ที่จะเลิกสัญญา ไม่ได้ให้สิทธิจำเลยเพราะการที่จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ไม่ชำระหนี้โดยไม่ได้ชำระค่าเช่าเช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดสิทธิตามสัญญาเฉพาะโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เท่านั้น ไม่ก่อให้เกิดสิทธิเลิกสัญญาแก่จำเลยผู้ไม่ชำระหนี้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าปีที่ 2 และโจทก์ได้กำหนดระยะเวลาพอสมควรให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนตามเอกสารหมาย จ.18 จำเลยก็ไม่ได้ชำระ โจทก์จึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินค้ำประกันสัญญาตามเอกสารหมาย จ.21ซึ่งจำเลยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาไว้ตามเอกสารหมาย จ.22 แล้วดังนั้นจำเลยจึงต้องรับผิดตามสัญญาเช่าตามจำนวนที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดไว้ และโจทก์มีสิทธิริบเงินประกันได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทิง มุลพรม · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้