Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายทำเอกสารมีข้อความในตอนต้นว่า"นายก.(หมายถึงผู้ตาย)สัญญากับนางด. (หมายถึงโจทก์)ว่าไม่มีลูกเมียนางด. จึงอยู่กินฉันสามีภริยาฯลฯถ้ามีลูกเมียเมื่อไหร่ยอมให้ยึดทรัพย์สินของข้าพเจ้าและของแม่ทั้งหมดฯลฯ"อันมีลักษณะเป็นการให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์ว่าผู้ตายไม่มีภริยาและบุตรซึ่งความจริงปรากฏว่าผู้ตายมีบุตรกับจำเลยอยู่ก่อนแล้วการที่ผู้ตายปิดบังความจริงและให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์พฤติการณ์เชื่อได้ว่าผู้ตายมีเจตนาเพียงเพื่อให้โจทก์หลงเชื่อและอยู่กินเป็นภริยาผู้ตายเท่านั้นหามีเจตนาให้ผูกพันในเรื่องทรัพย์สินไม่แม้เอกสารดังกล่าวจะมีข้อความในตอนท้ายว่า"ฯลฯถ้าข้าพเจ้าตายทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าและของแม่ให้นางด. เป็นทายาทรับมรดกแต่ผู้เดียวฯลฯ"ก็มีเจตนาสืบเนื่องมาจากเหตุที่จะให้โจทก์หลงเชื่อจึงหามีผลสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมไม่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3136

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ตายทำเอกสารมีข้อความในตอนต้นว่า"นายก.(หมายถึงผู้ตาย)สัญญากับนางด. (หมายถึงโจทก์)ว่าไม่มีลูกเมียนางด. จึงอยู่กินฉันสามีภริยาฯลฯถ้ามีลูกเมียเมื่อไหร่ยอมให้ยึดทรัพย์สินของข้าพเจ้าและของแม่ทั้งหมดฯลฯ"อันมีลักษณะเป็นการให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์ว่าผู้ตายไม่มีภริยาและบุตรซึ่งความจริงปรากฏว่าผู้ตายมีบุตรกับจำเลยอยู่ก่อนแล้วการที่ผู้ตายปิดบังความจริงและให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์พฤติการณ์เชื่อได้ว่าผู้ตายมีเจตนาเพียงเพื่อให้โจทก์หลงเชื่อและอยู่กินเป็นภริยาผู้ตายเท่านั้นหามีเจตนาให้ผูกพันในเรื่องทรัพย์สินไม่แม้เอกสารดังกล่าวจะมีข้อความในตอนท้ายว่า"ฯลฯถ้าข้าพเจ้าตายทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าและของแม่ให้นางด. เป็นทายาทรับมรดกแต่ผู้เดียวฯลฯ"ก็มีเจตนาสืบเนื่องมาจากเหตุที่จะให้โจทก์หลงเชื่อจึงหามีผลสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมไม่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3136 ตำบลคลองเขื่อน

อำเภอบางคล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา ของผู้ตายให้แก่โจทก์ หากไม่ปฎิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า ผู้ตายไม่ได้ลงชื่อกำกับในการแก้ไขข้อความในพินัยกรรมไว้ จึงไม่ใช่พินัยกรรมและไม่สมบูรณ์ เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงคำมั่นเกี่ยวกับทรัพย์สินและเกิดจากอารมณ์ที่ผู้เขียนทะเลาะกับโจทก์ ต้องการเอาใจโจทก์เท่านั้น ไม่มีเจตนาจะให้เป็นพินัยกรรม ไม่มีผลตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาข้อแรกตามฎีกาของโจทก์ว่า เอกสารหมาย ร.3 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 265/2533ของศาลชั้นต้นหรือสำเนาเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 5 นายกมล ฮู้ตันผู้ตาย เป็นผู้ทำขึ้นหรือไม่ และเอกสารดังกล่าวมีผลสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมหรือไม่ เห็นว่า แม้จะฟังว่าเอกสารดังกล่าวผู้ตายเป็นผู้ทำขึ้นตามฎีกาของโจทก์ก็ตาม แต่โจทก์เองเบิกความว่าเหตุที่ผู้ตายทำเอกสารดังกล่าวเนื่องจากโจทก์กลัวว่าผู้ตายจะไปมีภริยาอีก ผู้ตายรับรองว่าไม่มีและเพื่อให้โจทก์มั่นใจจึงทำเอกสารดังกล่าวขึ้น และตามเอกสารดังกล่าวมีข้อความในตอนต้นว่า "นายกมล ฮู้ตัน (หมายถึงผู้ตาย) สัญญากับนางแดง เกตุวิมล(หมายถึงโจทก์) ว่าไม่มีลูกเมีย นางแดงจึงอยู่กินฉันสามีภริยา

ฯลฯถ้ามีลูกเมียเมื่อไหร่ ยอมให้ยึดทรัพย์สินของข้าพเจ้าและของแม่ทั้งหมด ฯลฯ" อันมีลักษณะเป็นการให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์ว่าผู้ตายไม่มีภริยาและบุตร ซึ่งความจริงปรากฎตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ร.2 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 937/2533 ของศาลชั้นต้นว่า ผู้ตายมีบุตรกับจำเลยโดยบุตรคนโตเกิดเมื่อปี 2518 แสดงว่าขณะที่ผู้ตายให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม2521 นั้น ผู้ตายมีจำเลยเป็นภริยาและมีบุตรอยู่แล้ว การที่ผู้ตายปิดบังความจริงและให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์ พฤติการณ์แห่งคดีจึงน่าเชื่อว่า ผู้ตายมีเจตนาเพียงเพื่อให้โจทก์หลงเชื่อและอยู่กินเป็นภริยาผู้ตายเท่านั้น หามีเจตนาให้ผูกพันในเรื่องทรัพย์สินไม่

ดังนี้ แม้ตามเอกสารหมาย ร.3 หรือสำเนาเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 5 ดังกล่าว จะมีข้อความในตอนท้ายว่า "ฯลฯถ้าข้าพเจ้าตาย ทรัพย์สินทั้งหมดของข้าพเจ้าและของแม่ให้นางแดง เกตุวิมล เป็นทายาทรับมรดกแต่ผู้เดียว ฯลฯ" ก็มีเจตนาสืบเนื่องมาจากเหตุที่ได้วินิจฉัยมา จึงหามีผลสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมไม่ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และเมื่อวินิจฉัยดังกล่าว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาว่า เอกสารหมาย ร.3 หรือสำเนาเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 5 ดังกล่าวถูกเพิกถอนโดยพินัยกรรมฉบับหลังหรือไม่ โจทก์มีสิทธิตามเอกสารดังกล่าวซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นพินัยกรรมหรือไม่ ตามฎีกาของโจทก์ต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมิทธิ์ วราอุบล · จเร อำนวยวัฒนา · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567

แม้เอกสารจะมีข้อความบางตอนเป็นตัวพิมพ์ โดยตอนบนตรงกลางมีหัวข้อพิมพ์ว่าหนังสือพินัยกรรม จากนั้นมีการพิมพ์ตัวหนังสือแล้วเว้นช่องว่างให้ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหรือกรอกข้อความเกี่ยวกับสถานที่ วัน เดือน ปี ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4241/2565

ผู้ตายทำหนังสือมอบอำนาจให้ พ. นำค่าเช่าบ้านไปชำระหนี้สิ้นที่ผู้ตายติดค้าง พ. โดยทยอยผ่อนชำระจากเงินค่าเช่าบ้าน หากชำระไม่ได้เพราะไม่มีค่าเช่าต่อเนื่องหรือผู้ตายถึงแก่ความตายให้ พ. ขายบ้านได้ แม้หนังสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14885/2558

จำเลยให้การเพียงว่าโจทก์มิใช่ผู้จัดการมรดกและศาลยังไม่มีคำสั่งตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกของ ส. โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เงินฝากและหุ้นของ ส. ในสหกรณ์ดังกล่าวตามฟ้อง ไม่ใช่มรดกของ ส. เพราะสิทธิประโยชน์เก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6297/2556

การทำพินัยกรรมคือการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1646 และ 1647 แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะทำพินัยกรรม ผู้ตายไม่รู้สึกตัว ไม่มีสติสัมปชัญญะ พูดจาไม่ได้ บังคับร่าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5789/2538

พินัยกรรมของพระภิกษุ ส.ผู้มรณะ ระบุไว้ว่า บรรดาเงินที่ข้าพเจ้ามีอยู่ในขณะนี้และที่จะมีขึ้นหรือได้มาในอนาคตซึ่งได้ฝากไว้ที่ธนาคาร ก. ข. และ ค.เงินทั้งนี้ข้าพเจ้าขอยกให้แก่จำเลยศิษย์ของข้าพเจ้าแต่เพียงผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้