Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6810/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ได้มาตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 นั้น ภายในกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันได้รับโอนที่ดิน ผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นไม่ได้ นอกจากตกทอดโดยทางมรดกหรือโอนไปยังสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่แล้วแต่กรณี และที่ดินประเภทนี้ก็ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี การที่โจทก์กับจำเลยทำสัญญาอันมีผลเป็นการโอนสิทธิในที่พิพาทโดยส่งมอบการครอบครองให้แก่กัน ภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย แม้จะเป็นสัญญาจะซื้อขาย และโจทก์กับจำเลยมีเจตนาจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทกันภายหลังเมื่อครบกำหนดเวลาห้ามโอนตามกฎหมายแล้วก็ตามก็เป็นกรรมสิทธิ์ที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย สัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113(เดิม),140(ใหม่) จำเลยฎีกาว่าคดีเกี่ยวกับที่ดินอันเป็นที่ทำกินของประชาชนซึ่งมีราคาสูงขึ้น ผู้ทำสัญญาจะขายมักจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมขายทำให้เกิดความไม่ชอบธรรมสังคม ศาลชอบที่จะหยิบยกเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยนั้น เป็นฎีกาที่มิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และมิได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 113 ป.พ.พ. มาตรา 140 ป.พ.พ. มาตรา 456 ป.พ.พ. มาตรา 1378 ป.พ.พ. มาตรา 1599 ป.วิ.พ. มาตรา 42 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา 6 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 12995 เนื้อที่24 ไร่ ให้แก่จำเลยในราคา 160,000 บาท โดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามี โจทก์ได้รับชำระราคาพร้อมส่งมอบที่ดินและโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยในวันทำสัญญา โจทก์จำเลยมีเจตนาซื้อขายที่ดินกันเสร็จเด็ดขาดโดยมิได้มีเจตนาไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สัญญาซื้อขายจึงตกเป็นโมฆะ ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบที่ดินพร้อมโฉนดที่ดินตามฟ้องคืนแก่โจทก์ ห้ามมิให้จำเลยกับบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์อีกต่อไปจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ขณะตกลงซื้อขายที่พิพาทจากโจทก์ โจทก์ไม่มีสามีที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่พิพาทเป็นสินส่วนตัวของโจทก์โดยได้รับมรดกจากบิดา การซื้อขายไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี

สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยมิใช่สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แต่เป็นสัญญาจะซื้อจะขาย เพราะขณะทำสัญญาโจทก์จำเลยต่างก็รู้ดีว่าที่พิพาทยังโอนไม่ได้ จำเลยแจ้งให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนที่พิพาท โจทก์เพิกเฉย โจทก์จะต้องคืนเงินค่าที่ดินพร้อมค่าเสียหาย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 228,400 บาท ให้แก่จำเลยขอให้ยกฟ้อง และบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ถ้าโจทก์ไม่ปฎิบัติตาม ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทระหว่างอยู่กินกับสามีโจทก์ จึงเป็นสินสมรส มิใช่ได้รับมรดกจากบิดา จำเลยไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เพราะมิได้กำหนดไว้ในสัญญา ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดินโฉนดเลขที่ 12995พร้อมโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ โดยให้โจทก์คืนเงินจำนวน 160,000 บาทแก่จำเลย

ห้ามมิให้จำเลยกับบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ยกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีการะหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่กรรม นายเผื่อน อยู่ดีกับพวกรวม 10 คน บุตรของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลฎีกาอนุญาตศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยในข้อแรกว่าสัญญาซื้อขายที่พิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 113 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพพ.ศ. 2511 มาตรา 6 บัญญัติว่า "ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดที่ดินของรัฐเพื่อให้ประชาชนได้มีที่ตั้งเคหสถานและประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งในที่ดินนั้น โดยจัดตั้งเป็นนิคมพระราชบัญญัตินี้" และมาตรา 12วรรคแรก

บัญญัติว่า "ภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินผู้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นไม่ได้ นอกจากการตกทอดทางมรดกหรือโอนไปยังสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ แล้วแต่กรณี" วรรคสองบัญญัติว่า "ภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ที่ดินนั้นไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี" ตามบทบัญญัติดังกล่าวเห็นเจตนารมณ์ได้ว่า ประสงค์จะปกป้องราษฎรผู้ได้สิทธิในที่ดินให้มีที่ดินไว้ทำกินเป็นเวลาอย่างน้อยห้าปี จะจำหน่ายจ่ายโอนด้วยประการใด ๆ มิได้เว้นแต่ตกทอดทางมรดกหรือโอนไปยังสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ แม้แต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ไม่มีสิทธินำยึดที่ดินเพื่อบังคับชำระหนี้ดังนี้

การที่โจทก์กับจำเลยทำสัญญาอันมีผลเป็นการโอนสิทธิในที่พิพาทโดยส่งมอบการครอบครองให้แก่กันภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย แม้จะเป็นสัญญาจะซื้อขายซึ่งฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และโจทก์กับจำเลยมีเจตนาจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทกันภายหลังเมื่อครบกำหนดเวลาห้ามโอนแล้วตามฎีกาของจำเลยก็ตาม ก็เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย สัญญาจะซื้อขายที่พิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113ปัญหาข้อต่อไปซึ่งจำเลยฎีกาว่า คดีนี้เกี่ยวกับที่ดินอันเป็นที่ทำกินของประชาชน ซึ่งในระยะสองสามปีที่ผ่านมาจนปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นหลายสิบเท่าตัว ผู้ทำสัญญาจะขายมักหาวิธีหลีกเลี่ยงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมขายตามสัญญา

ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคมจึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะยกเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ขึ้นวินิจฉัยแม้คู่ความจะมิได้โต้แย้งกันไว้ในคำคู่ความก็ตามขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว เห็นว่า ฎีกาข้อนี้ของจำเลยมิได้มีการโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และมิได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในข้อใดอย่างใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมิทธิ์ วราอุบล · สมาน เวทวินิจ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5602/2558

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก อ. และ อ. ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถึงแม้การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และ อ. จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีผลให้การซื้อขา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3870/2541

โจทก์ตกลงแบ่งขายที่ดินของโจทก์ตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 53จำนวน 7 ไร่ ซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีนี้ให้แก่ ส. แต่ยังไม่ทันได้รับมอบการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์ตามสัญญาซื้อขายดังกล่าว ส.ถึงแก่กรรมเสียก่อน แม้สิทธิตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3372/2538

ที่ดินพิพาทมี น.ส.3 ก.ที่ทางราชการออกให้แก่มารดาโจทก์โดยมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 5 ปี ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 มาตรา 12 ก่อนพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวมารดาโจทก์ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยและมอบก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ที่ดินพิพาทกลับมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับซื้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7221/2552

คดีนี้โจทก์เบิกความว่า เมื่อทำสัญญาซื้อขายแล้ว อ. ได้ส่งมอบที่ดินกับบ้านพิพาทที่โจทก์ครอบครองอยู่ก่อนแล้วตามสัญญาเช่าให้โจทก์ครอบครองทำประโยชน์และโจทก์ก็ได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ข้อเท็จจริงได้คว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้