Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 682/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแทน ศ. บุตรจำเลยที่ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาท ชนรถยนต์โจทก์ซึ่งมี ก. ภรรยาโจทก์เป็นผู้ขับได้รับความเสียหายคดีส่วนอาญาคดีก่อนซึ่งถึงที่สุดไปแล้วนั้น เป็นเรื่องที่พนักงานอัยการและจำเลยที่ 1 ฟ้อง ก. ในข้อหาว่าขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีประเด็นเพียงว่า ก.ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ จึงมิใช่ประเด็นโดยตรงในคดีนี้ซึ่งมีประเด็นว่า ศ. ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถของโจทก์ได้รับความเสียหาย หรือไม่ คำพิพากษาในคดีก่อนส่วนอาญาจึงไม่ผูกพันโจทก์ ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ในวันเกิดเหตุโจทก์ได้นั่งไปในรถยนต์คันเกิดเหตุด้วย จึงเป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว โจทก์ต้องร่วมรับผิดกับ ก. ด้วยนั้นจำเลยทั้งสองมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงมิได้เป็นปัญหาที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและในศาลอุทธรณ์ ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ และที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่ารถยนต์คันที่เกิดเหตุเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับ ก. โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น จำเลยทั้งสองก็มิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงมิได้เป็นปัญหาที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และในศาลอุทธรณ์เช่นกัน แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ไม่มีเหตุสมควรที่จะยกขึ้นวินิจฉัยให้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ จำเลยทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรมของนายศักดา ดุลยตระกุล โดยจำเลยที่ 1 เป็นบิดา จำเลยที่ 2เป็นมารดา เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2526 ขณะที่นางกัลยา พรหมดำรงภรรยาโจทก์กำลังขับรถยนต์ของโจทก์มาตามถนนสายบางนา-ตราด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 5-6 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการมุ่งหน้าไปทางกรุงเทพมหานคร นายศักดาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวนทางมาด้วยความประมาทเลินเล่อโดยขับขี่ด้วยความเร็วสูงแซงรถยนต์โดยสารในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามแซงล้ำเข้าไปในช่องทางรถของนางกัลยาแล้วพุ่งเข้าชนรถยนต์ของโจทก์ เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสียหายและเสื่อมราคาคิดเป็นเงิน 100,000 บาท จำเลยทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมผู้รับมรดกของนายศักดาต้องรับไปทั้งสิทธิหน้าที่ของนายศักดาด้วยขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่า

นางกัลยาภรรยาโจทก์ขับรถโดยประมาทชนรถจักรยานยนต์ที่นายศักดาบุตรของจำเลยทั้งสองกำลังขับขี่จนนายศักดาถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 และพนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการได้ฟ้องนางกัลยาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่นเสียหาย และมีผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา โจทก์เป็นสามีนางกัลยาผู้ทำละเมิด โจทก์อาศัยสิทธิภรรยาฟ้องย่อมไม่เกิดอำนาจฟ้อง รถคันที่นางกัลยาขับขี่เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และนางกัลยา นางกัลยาขับรถในเวลาเกิดเหตุมีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้การที่โจทก์มาฟ้องคดีเสียเองเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต นายศักดาไม่มีทรัพย์มรดกศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 50,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายศักดา ดุลยตระกุล ที่จำเลยทั้งสองได้รับ คำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยจำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2526 นางกัลยาภรรยาของโจทก์ได้ขับขี่รถยนต์ซีตรอง หมายเลขทะเบียน 7ข-8789 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ไปตามถนนสายบางนา-ตราด มุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรี เมื่อถึงที่เกิดเหตุระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 5 และ 6 นางกัลยาได้เลี้ยวรถกลับตรงทางเชื่อมเพื่อกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ซึ่งในขณะนั้นนายศักดาบุตรของจำเลยทั้งสองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร 2ง-3232 สวนทางไปและได้ขับด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังแซงรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน 10-0149 ชลบุรีซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรี โดยฝ่าฝืนกฎหมายเพราะเป็นบริเวณทางโค้งและมีป้ายห้ามแซงไว้

ล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของนางกัลยาจึงได้เกิดชนกับรถยนต์ของโจทก์ที่นางกัลยาขับขี่เป็นเหตุให้นายศักดาถึงแก่ความตาย รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินจำนวน50,000 บาท หลังจากเกิดเหตุแล้วพนักงานอัยการและจำเลยที่ 1 ได้ฟ้องนางกัลยาในข้อหาว่าขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายศาลสั่งรวมพิจารณาและพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่4484-4485/2532 โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่ เหตุที่รถจักรยานยนต์ของนายศักดาชนกับรถยนต์ที่นางกัลยาขับขี่เกิดจากความประมาทของนางกัลยาคดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองในปัญหาข้อกฎหมายว่าเมื่อมีคำพิพากษาศาลฎีกาว่เหตุที่รถชนกันเป็นความประมาทของนางกัลยาภรรยาโจทก์แล้ว

คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ เพราะนางกัลยาเป็นภรรยาโจทก์ และรถยนต์ที่นางกัลยาขับขี่เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนางกัลยา นั้น เห็นว่า แม้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 จะบัญญัติว่า "ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา" ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาที่ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดไปนั้นมีประเด็นแต่เพียงว่า จึงมิใช่เป็นประเด็นโดยตรงในคดีนี้ซึ่งมีประเด็นว่านายศักดาขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถของโจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาโดยอ้างว่า ในวันเเกิดเหตุโจทก์ได้นั่งไปในรถยนต์ที่นางกัลยาขับขี่ โจทก์จึงเป็นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว โจทก์ต้องร่วมรับผิดกับนางกัลยาด้วยนั้นเห็นว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองอ้างมาดังกล่าวนี้

จำเลยทั้งสองมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงมิได้เป็นปัญหาที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและในศาลอุทธรณ์ทั้งมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ สำหรับปัญหาที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า รถยนต์ที่เกิดเหตุเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนางกัลยา

โจทก์ฟ้องคดีโดยยังไม่ได้รับความยินยอม ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น จำเลยทั้งสองก็มิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงมิได้เป็นปัญหาที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและในศาลอุทธรณ์เช่นเดียวกัน แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาก็เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะยกขึ้นวินิจฉัยให้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยให้รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสองชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 643651)

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 รับผิดเป็นการส่วนตัวในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6271/2558

หนังสือรับสภาพความผิดจำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ส่วนตัวในระหว่างดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของโจทก์ และจำเลยยินยอมชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยให้ครบถ้วนภายในวันที่ 1 มิถุนายน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้