Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2515 (เลขอ้างอิง 68203)

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นซึ่งมีลูกกระสุนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 มิลลิเมตร ยิงนาย ค. ในระยะ 3 วา มีรอยกระสุนปืน 4 แห่ง ๆ ละ 1 แผล คือ ที่แขนซ้าย ก้นกบ ข้างตะโพกซ้าย และที่ขาขวา จากการถ่ายภาพรังษีพนมมีกระสุนในเนื้อเยื่อแห่งละ 1 นัด รักษาตัวในโรงพยาบาล 4 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนจะหายใน 14 วันและจำเลยได้ยิงนาย ส. มีรอยกระสุนหลายรอยที่บริเวณตะโพกซ้าย บริเวณรอบแผลบวมและช้ำ รักษาตัวในโรงพยาบาล 7 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนจะหายใน 20 วัน และได้ความจากแพทย์ว่าถ้าผู้เสียหายทั้งสองไม่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีและมีโลหิตออกมากเกินควรอาจถึงแก่ชีวิตได้ แสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงมีประสิทธิภาพร้ายแรง อาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ แม้จะถูกอวัยวะในที่ซึ่งไม่สำคัญ กรณีจึงต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสุวรรณ แสงบุญ ผู้เสียหายในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๒๙๗/๒๕๑๓ และยิงนายคนอง ขัติยะ ผู้เสียหายในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๒๙๘/๒๕๑๓ อีกสำนวนหนึ่ง โดยเจตนาว่า กระสุนปืนถูกนายสุวรรณที่บริเวณตะโพกและถูกนายคนองตามร่างกายหลายแห่งรักษา ๗ วัน และ ๔ วันตามลำดับ จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเพราะกระสุนปืนไม่ถูกร่างกายส่วนสำคัญและได้รับการรักษาทันท่วงทีจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และนับโทษจำเลยติดต่อกัน

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นจำเลยคนเดียวกันในคดีอาญาทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดดังฟ้องทั้งสองสำนวน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันและแต่ละกระทงมีโทษหนักเท่ากัน จึงลงโทษเพียงกระทงเดียว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยอายุ ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสามตามมาตรา ๗๖ คงจำคุก ๘ ปี คำขอนอกจากนี้ให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่อาจทำให้ผู้ถูกยิงถึงตายได้ จึงพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๑ และ ๗๖ ให้จำคุก ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายฟังได้ว่าเป็นปืนลูกซองสั้น จำเลยยิงนายคนองผู้เสียหายในระยะ ๓ วา และยิงนายสุวรรณผู้เสียหายในระยะ ๒ วา ปรากฏตามรายงานชันสูตรบาดแผลของนายคนองผู้เสียหายว่ามีรอยแผลกระสุนปืน ๔ แห่ง ๆ ละ ๑ แผล คือ ที่ต้นแขนซ้าย ก้นกบ ข้างตะโพกซ้าย และที่ขาขวาด้านหลัง จากการถ่ายภาพรังษีพบมีกระสุนปืนในเนื้อเยื่อแห่งละนัดในที่ดังกล่าว รักษาตัวในโรงพยาบาล ๔ วัน อาการดี และตามรายงานชันสูตรบาดแผลของนายสุวรรณผู้เสียหายปรากฏว่า มีรอยกระสุนปืนหลายรอยที่บริเวณตะโพกด้านซ้าย บริเวณรอบแผลบวมและช้ำ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ๗ วัน อาการดี นายแพทย์ประโยชน์ พุทธิรักษ์กุล ประจำโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ซึ่งเป็นผู้ตรวจรักษาบาดแผลของผู้เสียหายเบิกความประกอบว่า

นายคนองผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ๔ วัน เห็นว่าทุเลาจึงให้กลับไปรักษาตัวต่อไป ถ้าไม่มีโรงแทรกซ้อนจะหายใน ๑๔ วัน และบาดแผลนายสุวรรณผู้เสียหายเมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วรักษาต่อไป ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนจะหายใน ๒๐ วัน นายสุวรรณผู้เสียหายเบิกความว่า ต้องไปรักษาตัวที่บ้านอีก ๑ เดือนเศษ แผลจึงหาย และได้ความจากคำเบิกความของนายแพทย์ประโยชน์ อีกว่า บาดแผลของผู้เสียหายทั้งสองจากการถ่ายภาพรังษีซึ่งกระสุนปืนฝังในเนื้อเยื่อเป็นกระสุนปืนชนิดเดียวกัน มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๗ มิลลิเมตร ถ้าผู้เสียหายทั้งสองไม่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีและมีโลหิตออกมากเกินควร อาจถึงแก่ชีวิตได้ ลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายดังนี้

ย่อมแสดงว่าอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้เสียหายนั้น เป็นอาวุธปืนที่มีสิทธิภาพร้ายแรงมาก กระสุนปืนมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๗ มิลลิเมตร อาจทำให้เสียหายถึงแก่ความตายได้หากไม่ได้รับการรักษาพยาบาลทันท่วงที แม้จะถูกอวัยวะในที่ซึ่งไม่สำคัญ กรณีจึงต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียม หุตางกูร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายปราโมทย์ บุนนาค
ศาลอุทธรณ์ - นายสุธีร์ จันทร์เจริญสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้