Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2564 (เลขอ้างอิง 683613)

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ โจทก์ซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องเทศบาลนครภูเก็ต จำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยกระทำละเมิดก่อสร้างขยายถนนภูเก็ตรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ รวมเนื้อที่ ๑๙.๘ ตารางวา โดยไม่มีการเวนคืนตามกฎหมาย อุทิศ ยกให้ หรือแบ่งแยกเป็นทางสาธารณะ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องเสียพื้นที่ใช้สอยในที่ดินรวมเนื้อที่ ๑๙.๘ ตารางวา ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยคืนที่ดินพิพาท หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์ ส่วนจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นช่องทางจราจรในเขตถนนภูเก็ต ซึ่งประชาชนใช้สัญจรตั้งแต่ปี ๒๔๖๒ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมไม่ได้หวงห้าม หรือปิดกั้นอันเป็นการอุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณประโยชน์โดยปริยาย ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันก่อนที่โจทก์จะรับโอนที่ดินแปลงด

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่ โจทก์ซึ่งเป็นเอกชน ยื่นฟ้องเทศบาลนครภูเก็ต จำเลย อ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยกระทำละเมิดก่อสร้างขยายถนนภูเก็ตรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศเหนือ รวมเนื้อที่ ๑๙.๘ ตารางวา โดยไม่มีการเวนคืนตามกฎหมาย อุทิศ ยกให้ หรือแบ่งแยกเป็นทางสาธารณะ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องเสียพื้นที่ใช้สอยในที่ดินรวมเนื้อที่ ๑๙.๘ ตารางวา ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยคืนที่ดินพิพาท หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์ ส่วนจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นช่องทางจราจรในเขตถนนภูเก็ต ซึ่งประชาชนใช้สัญจรตั้งแต่ปี ๒๔๖๒ โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมไม่ได้หวงห้าม หรือปิดกั้นอันเป็นการอุทิศที่ดินพิพาทให้เป็นทางสาธารณประโยชน์โดยปริยาย ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันก่อนที่โจทก์จะรับโอนที่ดินแปลงดังกล่าว

โจทก์ผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิขอคืนที่ดินพิพาท และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้เทศบาลนครภูเก็ต จำเลย ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่นจะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงทางบกทางน้ำตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ก็ตาม แต่การที่โจทก์ฟ้องจำเลย โดยอ้างเหตุว่าจำเลยกระทำละเมิดบุกรุกเข้าก่อสร้างขยายถนนภูเก็ตในที่ดินของตน ส่วนจำเลยให้การว่า การกระทำของจำเลย ไม่เป็นละเมิด

เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ การก่อสร้างขยายถนนภูเก็ตของจำเลยก็เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของจำเลยแล้ว จะเป็นผลให้จำเลยมีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และทำให้โจทก์ต้องเสียสิทธิในที่ดินพิพาท ดังนั้น คำฟ้องของโจทก์จึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์เป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
94/2564
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้