Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 684450)

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้เอกชนยื่นฟ้อง เทศบาลนครนครราชสีมา ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดิน เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๓ ตารางวา ผู้ฟ้องคดีได้ยินยอมยกที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ผู้ฟ้องคดีตรวจพบว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้ว่าจ้างเอกชนก่อสร้างถนน ค.ส.ล. และก่อสร้างท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. จากแนวถนนเดิมรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี เนื้อที่ประมาณ ๒๘.๕ ตารางวา ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดียุติการก่อสร้างและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉยและยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไป ขอให้ศาลมี

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้เอกชนยื่นฟ้อง เทศบาลนครนครราชสีมา ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดที่ดิน เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๓ ตารางวา ผู้ฟ้องคดีได้ยินยอมยกที่ดินบางส่วนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ผู้ฟ้องคดีตรวจพบว่า ผู้ถูกฟ้องคดีได้ว่าจ้างเอกชนก่อสร้างถนน ค.ส.ล. และก่อสร้างท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. จากแนวถนนเดิมรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี เนื้อที่ประมาณ ๒๘.๕ ตารางวา ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดียุติการก่อสร้างและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉยและยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไป ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนถนน

ค.ส.ล. บ่อพัก และท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. หรือสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำในที่ดิน พร้อมปรับแต่งที่ดินให้คงอยู่ในสภาพเดิม ห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป และให้ชำระค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดิน หากผู้ถูกฟ้องคดีไม่ปฏิบัติตามคำขอของผู้ฟ้องคดีให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ราคาที่ดินที่รุกล้ำพร้อมดอกเบี้ย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า การปรับปรุงผิวจราจรเป็นถนน ค.ส.ล. ซอยท่าตะโก ผู้ฟ้องคดีได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างและแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีว่าเจ้าของที่ดินมีความยินยอมให้ก่อสร้างถนน ค.ส.ล. บนแนวเขตที่ดินของตนเองได้จนถึงแนวเขตถนน ค.ส.ล. เดิม และอนุญาตให้คงแนวท่อประปาบ่อพักพร้อมท่อระบายน้ำบางส่วนไว้ในที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่แจ้งให้ผู้ควบคุมงานทำการย้ายฝาบ่อพักไปไว้บริเวณในแนวถนน

ค.ส.ล. พร้อมทั้งยอมรับแนวการก่อสร้างถนน ท่อระบายน้ำ ท่อประปาและบ่อพักในตำแหน่งดังกล่าว ย่อมถือว่าผู้ฟ้องคดีได้ยอมรับด้วยเช่นกัน ผู้ฟ้องคดีนำรังวัดที่ดินรุกล้ำทางหลวงท้องถิ่นมีพื้นที่ ๓๙.๔๒ ตารางวา ซึ่งมีสภาพเป็นถนนคอนกรีตพร้อมไหล่ทางมา ๕๐ ปี ทางพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน การที่ผู้ถูกฟ้องคดีดำเนินโครงการปรับปรุงผิวจราจร ค.ส.ล. จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้รุกล้ำแดนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้ฟ้องคดีและไม่ได้กระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้เทศบาลนครนครราชสีมา เป็นราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองตามนัยบทนิยาม "หน่วยงานทางปกครอง" ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีผู้ฟ้องคดีอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีทำถนน ค.ส.ล. บ่อพัก และท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. หรือสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำในที่ดินของผู้ฟ้องคดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดีให้การโต้แย้งว่า ผู้ฟ้องคดียินยอมให้ก่อสร้างถนน ค.ส.ล. บนแนวเขตที่ดินของตนเองได้บางส่วน และโต้แย้งสิทธิในที่ดินพิพาทว่าเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) กรณีจึงเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาท การที่ศาลจะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าปัจจุบันที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี

การก่อสร้างถนน ค.ส.ล. ท่อระบายน้ำ ท่อประปาและบ่อพักของผู้ถูกฟ้องคดีก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแล้วจะเป็นผลให้การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม () - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
21/2565
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้