Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2519 (เลขอ้างอิง 68595)

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยทำสัญญาแลกเปลี่ยนรถยนต์กัน จำเลยผิดสัญญา โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นคดีแรก ในระหว่างพิจารณาคดีแรก โจทก์มาฟ้องคดีหลังให้จำเลยคืนเงินค่ารถยนต์อีก โดยที่โจทก์อาจขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถรวมมาในคดีแรกได้ คดีหลังจึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 (1) แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อยกฟ้องโจทก์ในคดีหลังได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์เฟียตเก๋งหมายเลขทะเบียน ก.ท.ง.๕๕๘๐ จำเลยประกอบกิจการค้ารถยนต์และเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนรถยนต์ จำเลยนำรถยนต์ยี่ห้องอีซูซุ หมายเลขทะเบียน ช.ม.๐๘๒๑๓ มาแลกเปลี่ยนกับรถยนต์ของโจทก์ ต่างฝ่ายต่างมอบรถยนต์ให้กันในวันแลกเปลี่ยนนั้น นายมนัส เกียรติอนันต์ ได้มายึดรถยนต์คันที่จำเลยนำมาแลกเปลี่ยนคืน โดยอ้างว่ามิได้มอบหมายให้จำเลยเป็นตัวแทนแลกเปลี่ยนรถยนต์กับโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการประพฤติผิดสัญญา โจทก์จึงเลิกสัญญากับจำเลย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๘๔,๗๕๐ บาท และต่อจากวันฟ้อง

จำเลยให้การว่า เมื่อจำเลยรับรถยนต์จากโจทก์แล้ว ได้นำไปขายผ่อนส่งให้แก่นายสอน ม่านมุ่งสิน ในราคา ๒๗,๐๐๐ บาท โจทก์กับนายสอนตกลงกันใหม่ว่าให้นายสอนชำระเงินโดยตรงต่อโจทก์ และขอร้องจำเลยให้นายสอนชำระเงินที่ค้าง ๘,๐๐๐ บาทต่อโจทก์ แล้วโจทก์ยอมคืนรถยนต์คันที่จำเลยนำมาแลกเปลี่ยนให้นายมนัส

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนางสายฝน ชินสร้อย เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต นางสายฝน ชินสร้อย จำเลยร่วมให้การว่า มิได้มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์จำเลย สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน เข้าหุ้นส่วนประกอบกิจการค้ารถยนต์ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่ารถยนต์ของโจทก์เป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ การค้าขายแลกเปลี่ยนรถยนต์เป็นกิจการของจำเลยที่ ๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองของทั้งสองสำนวนร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในสำนวนแรก จำนวนเงิน ๘๔,๗๕๐ บาทแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคารถยนต์เฟียต ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองของทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยทั้งสองเป็นหุ้นส่วนกัน อันจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคารถยนต์เฟียต ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะคดีแรกที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมานั้น โจทก์ควรจะได้ขอเรียกคืนรถหรือให้ใช้ราคารถยนต์เฟียตได้อยู่แล้ว แต่โจทก์มิได้ขอ คดีแรกยังอยู่ในระหว่างพิจารณา โจทก์มาฟ้องคดีหลังให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่ารถยนต์ จึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ วรรค ๒ อนุมาตรา (๑) แม้คู่ความจะมิได้ยกข้อนี้ขึ้นฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนหลัง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายปรีชา เกษมสวัสดิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2567

คำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน หากตนเองต้องแพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) นั้น ไม่ใช่คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) เพราะเป็นแต่คำร้องให้เรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2567

คำฟ้องหรือคำร้องขอใดจะเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) นั้นคู่ความในคดีแรกและคดีหลังต้องมีฐานะเป็นโจทก์ แม้ผู้คัดค้านที่ 2 จะเคยยื่นคำคัดค้านโดยขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 689123)

โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันทั้งสองสำนวน และเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องทั้งสองสำนวนก็เป็นจำนวนเดียวกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีนของกลางตามฟ้องสำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2563

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ศ. หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัท ศ. ว่าบริษัท ศ. มีนโยบายสมนาคุณให้แก่ลูกค้าพิเศษ มีโครงการรับฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษจากลูกค้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้