Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 68700)

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะได้โอนตึกและที่ดินไปแล้ว จำเลยยังเป็นผู้จัดการดูแลครอบครองตึกพิพาทอยู่ จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือนาย ส. ผู้ซื้อตึกและที่ดินยังจะต้องปฏิบัติตามคำบังคับให้รื้อถอนขนย้ายชั้นวางของที่ก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ออกเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ที่จำเลยขอให้ส่งสำนวนไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องการออกคำบังคับใหม่ มิใช่ข้อโต้แย้งกล่าวอ้างว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มาตรา 28 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มาตรา 35 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มาตรา 264 ป.วิ.พ. มาตรา 271 ป.วิ.พ. มาตรา 272

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากคดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน ขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า การบังคับคดีตามคำพิพากษาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ใช่เหตุตามมาตรา 6 และ 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่จะต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้ยกคำร้องในส่วนนี้ จำเลยทำสิ่งปลูกสร้างด้วยเหล็กขึ้นใหม่แทนสิ่งปลูกสร้างคอนกรีตเดิมซึ่งรื้อถอนไปแล้วโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและสร้างความเดือดร้อนแก่โจทก์ ความเสียหายจึงยังคงมีอยู่แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงค่าเสียหายตามคำบังคับเพราะเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษา และจำเลยอ้างว่าได้โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ผู้อื่นแล้ว จึงให้ไต่สวนคำร้องในส่วนนี้ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ยื่นคำคัดค้านขอให้ออกหมายบังคับคดีต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ออกคำบังคับตามคำพิพากษา โดยให้เพิกถอนการออกคำบังคับของศาลชั้นต้นตามสำเนาคำบังคับเก็บอยู่ในสำนวนสารบัญอันดับที่ 220 และให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ตามรูปคดี โจทกที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกพิพาทให้แก่นายแสงโรจน์ไปแล้วนั้น คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยรื้อถอนชั้นวางของออกไปจากที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่นนั้นชอบหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า หลังจากจำเลยโอนตึกและที่ดินให้แก่นายแสงโรจน์ไปแล้วตึกพิพาทยังใช้เป็นสำนักงานของบริษัทเกร็ทวอลทัวร์ จำกัด ที่มีจำเลยกับนายแสงโรจน์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ทั้งจำเลยยังพักอาศัยอยู่ในตึกพิพาท แม้บริษัทเกร็ทวอลทัวร์ จำกัด จะเป็นผู้เช่าตึกพิพาทจากนายแสงโรจน์ แต่จำเลยก็ยังเป็นผู้จัดการดูแลครอบครองตึก จึงถือไม่ได้ว่าสภาพแห่งการบังคับคดีไม่เปิดช่องให้กระทำได้ จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือนายแสงโรจน์ผู้ซื้อตึกและที่ดินยังจะต้องปฏิบัติตามคำบังคับให้รื้อถอนขนย้ายชั้นวางของที่ก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เช่นเดียวกัน โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ต้องขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ คำบังคับของศาลชั้นต้นที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงหาเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 28 และ มาตรา 35 ดังที่จำเลยอ้างไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยต้องปฏิบัติตามคำบังคับของศาลชั้นต้นนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ประการที่สอง

ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับใหม่ให้จำเลยปฏิบัติตาม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น มิใช่ข้อโต้แย้งกล่าวอ้างว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่จำต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 264 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแต่ประการใด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยรื้อถอนและขนย้ายชั้นวางของออกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2539 จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวออกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ตามสำเนาคำบังคับ (เก็บอยู่ในสำนวนสารบัญอันดับที่ 220) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอิสสระ นิ่มละมัย
ศาลอุทธรณ์ - นายนันทชัย เพียรสนอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3979/2549

ป.วิ.อ.มาตรา 50 บัญญัติว่า ในกรณีที่ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สินหรือใช้ราคาแก่ผู้เสียหายตามมาตรา 43 และ 44 ให้ถือว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ดังนั้น ผู้เสียหายที่จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267201)

โจทก์เป็นลูกจ้างฟ้องขอให้บังคับจำเลยผู้เป็นนายจ้างจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานอันถึงที่สุด ผู้ร้องเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของจำเลย จึงไม่ใช่นายจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มคร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 272479)

โจทก์เป็นลูกจ้างฟ้องขอให้บังคับจำเลยผู้เป็นนายจ้างจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานอันถึงที่สุด เป็นกรณีลูกจ้างฟ้องให้นายจ้างชำระเงินตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 36545)

ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วกำแพงคอนกรีตออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลโดยรื้อถอนรั้วกำแพงคอนกรีตแล้ว ต่อมาจำเลยกลับก่อสร้างชั้นวางของทำด้วยแผ่นเหล็กขึ้นใหม่ตามแนวรั้วกำแพงคอนกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2544

ตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นเป็นผลให้โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีหนี้ต้องชำระต่างตอบแทนกัน ในส่วนจำเลยจะต้องโอนสิทธิครอบครองในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้