Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 688085)

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๒ สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๓ ผู้อำนวยการเขตคันนายาว ที่ ๔ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ด้านหน้าทั้งหมดติดกับซอยคู้บอน ๙ ซึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์ ได้รังวัดสอบเขตที่ดินพบว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ก่อสร้างรางน้ำและท่อระบายน้ำรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีบางส่วน ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ารื้อถอนขนย้ายรางน้ำและท่อระบายน้ำออกไปจากที่ดินของผู้ฟ้องคดี และส่งมอบที่ดินพิพาทในสภาพเรียบร้อยคืนแก่ผู้ฟ้องคดี กับให้ชำระค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี เห็นว่า แม้กรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๒ สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๓ ผู้อำนวยการเขตคันนายาว ที่ ๔ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๒ สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๓ ผู้อำนวยการเขตคันนายาว ที่ ๔ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด ด้านหน้าทั้งหมดติดกับซอยคู้บอน ๙ ซึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์ ได้รังวัดสอบเขตที่ดินพบว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ก่อสร้างรางน้ำและท่อระบายน้ำรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีบางส่วน ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ารื้อถอนขนย้ายรางน้ำและท่อระบายน้ำออกไปจากที่ดินของผู้ฟ้องคดี และส่งมอบที่ดินพิพาทในสภาพเรียบร้อยคืนแก่ผู้ฟ้องคดี กับให้ชำระค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี เห็นว่า แม้กรุงเทพมหานคร ที่ ๑ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ๒ สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๓ ผู้อำนวยการเขตคันนายาว ที่ ๔ หัวหน้าฝ่ายโยธา

สำนักงานเขตคันนายาว ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทนิยาม ในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีหน้าที่ในการจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ ตามมาตรา ๘๙ วรรคหนึ่ง (๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าโดยอ้างเหตุว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ กระทำละเมิดก่อสร้างรางน้ำและท่อระบายน้ำรุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าให้การว่า รางน้ำและท่อระบายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของถนนซอยคู้บอน ๙ ก่อสร้างขึ้นบนที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

บริเวณที่ดินพิพาทดังกล่าวจึงมีสภาพเป็นทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าไม่จำต้องรื้อถอนและชำระค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ากระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาท ว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การสร้างรางน้ำและท่อระบายน้ำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมือ ใช้ประโยชน์ร่วมกันซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าแล้ว

จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้ามีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม () - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
72/2565
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
72/2565
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้