Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยปลูกบ้านรุกล้ำที่ดินโฉนดเลขที่ 52927 ของโจทก์ และขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งอ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพิพาท ของโจทก์ที่โจทก์เพิ่งซื้อมาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นบุคคลภายนอกผู้ซื้อที่ดินมาโดเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริตแล้ว เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์ มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยอย่างไรและโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ดังนั้น ประเด็นที่ว่า โจทก์ซื้อที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริตหรือไม่ จึงรวมอยู่ในประเด็นที่ว่าจำเลยต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ด้วย โดยโจทก์ไม่จำต้องโต้แย้งคัดค้านประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ดังกล่าวอีก เพราะถือว่าเป็นประเด็นเดียวกันกับที่โจทก์ได้ให้การแก้ฟ้องแย้งไว้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ทางด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ประมาณ 7.4 ตารางวา ตามแนวเส้นสีเขียวของแผนที่พิพาท หากจำเลยไม่ดำเนินการให้โจทก์ดำเนินการเองโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้ศาลมีคำสั่งให้ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 52927 ตำบลบางกระสอ (บ้านแขกตลาดขวัญ) อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 7.2 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้อง และมีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินแก้ชื่อทางทะเบียนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนแห่งที่ดินแปลงนี้

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 52927 ตำบลบางกระสอ (บ้านแขกตลาดขวัญ) อำเภอเมืองนนทบุรี (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ตามแนวเขตบ้านของจำเลยที่ปลูกรุกล้ำที่ดินดังกล่าวในแผนที่พิพาท เส้นสีเหลือง จากหลัก ม.1, ม.2, บ.3, บ.4, บ.1, บ.2 บรรจบ ม.1 เนื้อที่ 7 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป สำหรับฟ้องโจทก์และคำขอท้ายฟ้องแย้งอื่นของจำเลยให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในส่วนของฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้มีการจัดทำแผนที่พิพาทหลายครั้งหลายหนซึ่งแต่ละครั้งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่คดีเลย จนกระทั่งมีการจัดทำแผนที่พิพาทครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ซึ่งคู่ความต่างแถลงยอมรับร่วมกันต่อศาลชั้นต้นว่า เจ้าพนักงานที่ดินจัดทำแผนที่พิพาทไว้โดยชอบและถูกต้องตามที่คู่ความต่างนำชี้แล้ว ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นวันที่ 1 กันยายน 2557 ดังนั้น ที่ดินพิพาทจะมีเนื้อที่เท่าใดจึงต้องพิจารณาจากแผนที่พิพาทเป็นสำคัญ เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงโดยเชื่อว่าแนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 52927 ของโจทก์เป็นไปตามรูปแผนที่ที่โจทก์นำชี้เส้นสีเขียวจากหลัก

ต.4, ม.1, ม.2, ต.1, ต.5, ต.3 บรรจบ ต.4 เนื้อที่ 50 ตารางวา แต่แนวเขตที่ดินของโจทก์ดังกล่าวมีบ้านของจำเลยที่ปลูกรุกล้ำที่ดินโฉนดเลขที่ 52927 ของโจทก์ ตามเส้นสีเหลืองจากหลัก ม.1, ม.2, บ.3, บ.4, บ.1, บ.2 บรรจบ ม.1 เนื้อที่ 7 ตารางวา ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของโจทก์ ที่ดินพิพาทจึงหมายถึงที่ดินที่มีบ้านของจำเลยปลูกรุกล้ำเข้าไปในที่โจทก์เนื้อที่ 7 ตารางวา ตามเส้นสีเหลืองในแผนที่พิพาทดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อที่ใกล้เคียงกับที่จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 ที่ระบุการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทโจทก์เนื้อที่ 7.2 ตารางวา ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามเส้นสีน้ำเงินเนื้อที่ 7 ตารางวา จึงไม่ถูกต้อง

เมื่อคู่ความแถลงร่วมกันว่าที่ดินพิพาทมีราคาตารางวาละ 8,000 บาท ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 ที่ดินพิพาทจึงมีราคา 56,000 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในคดีนี้ โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพียง 5 ปี ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของโจทก์เฉพาะในส่วนที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์นั้นเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง อุทธรณ์ของโจทก์ย่อมไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ในส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นบุคคลภายนอกผู้ซื้อที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต

โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยเพราะเห็นว่าโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านในปัญหาข้อนี้ที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยปลูกบ้านรุกล้ำที่ดินโฉนดเลขที่ 52927 ของโจทก์และขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งอ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพิพาทของโจทก์ที่โจทก์เพิ่งซื้อมาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 ซึ่งการครอบครองปรปักษ์จะมีได้ก็แต่เฉพาะในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น คำให้การของจำเลยจึงเป็นการยอมรับว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 7 ตารางวา ตามแผนที่พิพาทอยู่ในแนวเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 52927 ของโจทก์ ซึ่งจำเลยฟ้องแย้งต่อไปว่า

จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ และโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นบุคคลภายนอกผู้ซื้อที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริตแล้ว เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยอย่างไรและโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ดังนั้น ประเด็นที่ว่า โจทก์ซื้อที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนโดยสุจริตหรือไม่ จึงรวมอยู่ในประเด็นที่ว่าจำเลยต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ด้วย โดยโจทก์ไม่จำต้องโต้แย้งคัดค้านประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ดังกล่าวอีก เพราะถือว่าเป็นประเด็นเดียวกันกับที่โจทก์ได้ให้การแก้ฟ้องแย้งไว้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รังสรรค์ ดวงพัตรา · วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · ชลิศร์ สวัสดิทัต
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายกิตติพงศ์ ทองปุย
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายศตวรรษ ทาแก้ว
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2929/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ912/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1451/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้