Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์สูญเสียอวัยวะหนังศีรษะใบหูข้างขวา และคิ้วทั้งสองข้าง โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ยังสูญเสียอวัยวะบริเวณดั้ง จมูกและโหนกแก้มทั้งสองข้างด้วย จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างโดยสูญเสียอวัยวะหนังศีรษะ ใบหูข้างขวา และคิ้วทั้งสองข้าง อันเป็นการสูญเสียอวัยวะตามประเภทที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ 2) ข้อ 1(16) ถือเป็นการสูญเสียอวัยวะส่วนอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ (1) ถึง (15)ซึ่งให้มีระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทน 4 ปี 6 เดือน ตามที่คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนมีมติ การจ่ายค่าทดแทนจึงต้องจ่ายให้เป็นรายเดือนร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน มิใช่จ่ายค่าทดแทนจากการที่โจทก์ต้องสูญเสียอวัยวะในแต่ละส่วนของร่างกาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทยูไนเต็ดการฝ้าย จำกัด ในตำแหน่งหน้าที่ควบคุมเครื่องปั่นด้ายทำงานเดือนละ 26 วัน ได้รับค่าจ้างวันละ 81 บาท คิดเป็นค้าจ้างรายเดือน เดือนละ 2,106 บาท เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2532 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง ขณะที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมเครื่องปั่นด้ายพัดลมได้เป่าผมของโจทก์ที่ผูกมัดไว้หลุด และเข้าไปติดสายพานเครื่องปั่นด้ายเป็นเหตุให้สายพานเครื่องปั่นด้ายฉุดดึงเอาเส้นผมและหนังศีรษะของโจทก์บริเวณเหนือท้ายทอยหลุดออกมาจรดหนังศีรษะด้านหน้าและเลยมาจนถึงเนื้อบริเวณหน้าผาก เนื้อคิ้วทั้งสองข้างเนื้อที่หนังตาทั้งสองข้างหลุดออก หูข้างขวาขาด ดั้งจมูกยุบ และเนื้อบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างหลุด

โจทก์ต้องพักรักษาตัวไม่ได้ไปทำงาน 4 เดือน 6 วัน โจทก์เสียอวัยวะของร่างกายคือ หนังศีรษะตั้งแต่เหนือท้ายทอยถึงหน้าผาก เนื้อหนังบริเวณหน้าผาก เนื้อคิ้วทั้งสองข้าง เนื้อหนังตามทั้งสองข้าง เนื้อที่โหนกแก้มทั้งสองข้างโจทก์ต้องพิการและเสียโฉมอย่างติดตัว โจทก์ได้เรียกร้องเอาเงินทดแทนต่อสำนักงานแรงงานจังหวัดปทุมธานีเป็นเงิน 200,000 บาท แต่สำนักงานแรงงานจังหวัดปทุมธานีพิจารณาให้โจทก์ได้รับเป็นเงินเพียง31,758.45 บาท โจทก์ได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนซึ่งคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้มีคำวินิจฉัยตามหนังสือฉบับที่มท.1111/9848 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2533 ให้จ่ายเงินทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 72,193.65 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน

เพราะเป็นการวินิจแัยให้จ่ายเงินทดแทนเป็นค่าทดแทนให้โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 54(1) มีกำหนดระยะเวลาเพียง 3 เดือน 4 วันซึ่งความจริงต้องจ่ายค่าทดแทนเนื่องจากโจทก์ไม่สามารถทำงานติดต่อกันเกินกว่า 3 วัน โดยคิดในอัตราร้อยละ 60 ของเงินเดือนเป็นเวลา 4 เดือน เป็นเงิน 5,054.40 บาท ค่าทดแทนเนื่องจากโจทก์ต้องสูญเสียอวัยวะของร่างกายคือหนังศีรษะและเส้นผม โดยคิดในอัตราร้อยละ 60 ของเงินเดือนเป็นเวลา 5 ปี เป็นเงิน 75,816 บาท ค่าทดแทนเนื่องจากโจทก์ต้องสูญเสียอวัยวะของร่างกายคือใบหู โดยคิดในอัตราร้อยละ 60 ของเงินเดือน เป็นเวลา 5 ปี เป็นเงิน 75,816 บาท ค่าทดแทนเนื่องจากโจทก์ต้องสูญเสียอวัยวะของร่างกายคือเนื้อหนังหน้าผากหนังคิ้วทั้งสองข้าง

หนังตาทั้งสองข้าง เนื้อบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง โดยคิดในอัตราร้อยละ 60 ของเงินเดือนเป็นเงิน 5 ปีเป็นเงิน 75,816 บาท ค่าทดแทนเนื่องจากโจทก์สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็น โดยคิดในอัตราร้อยละ 60 ของเงินเดือนเป็นเวลา 2 ปี 1 เดือนเป็นเงิน 31,590 บาท รวมเป็นค่าทดแทนทั้งสิ้น 264,092.40 บาท แต่โจทก์ขอคิดเป็นเงิน 200,000 บาท ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ มท.1111/9848 ลงวันที่ 29มิถุนายน 2533 ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนเป็นเงิน 200,000 บาทให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ มท.1111/9848 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2533 เป็นคำวินิจฉัยที่ชอบด้วยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงไม่มีเหตุที่จะสั่งเพิกถอน

จำเลยได้จ่ายเงินทดแทนให้โจทก์ไปแล้วรวม 2 รายการ คือ ค่ารักษาพยาบาลจำนวน30,000 บาท และค่าทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 54(1) ที่จ่ายให้เป็นเวลา 3 เดือน 25 วัน เป็นเงิน 4,843.75 บาท รวมเป็นเงิน34,843.75 บาท ส่วนค่าทดแทนตามข้อ 54(2) จำเลยได้ตกลงจ่ายให้เป็นเวลา 54 เดือน เป็นเงิน 68,234.40 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จากการที่โจทก์ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่บริษัทยูไนเต็ดการฝ้าย จำกัด นายจ้างโจทก์ได้สูญเสียอวัยวะหนังศีรษะ ใบหูข้างขวา และคิ้วทั้งสองข้างตามความเห็นของคณะอนุกรรมการกองทุนเงินทดแทนและคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนซึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ 2) กำหนดให้มีระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนตามที่แพทย์แผนปัจจุยันชั้นหนึ่ง หรือคณะกรรมการที่ปรึกษาพนักงานเงินทดแทนกำหนดแต่ไม่เกินห้าปี ที่คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนมีมติตามหนังสือที่ มท.1111/9848 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2533 ว่า โจทก์สูญเสียอวัยวะหนังศีรษะ ใบหูข้างขวา และคิ้วทั้งสองข้างคิดเป็นระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทน 4 ปี 6 เดือน เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน แต่โจทก์ได้หยุดงานเนื่องจากไม่สามารถทำงานได้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2532 ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2532 เป็นเวลา3 เดือน 29 วัน ต้องจ่ายค่าทดแทนร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายเดือนตลอดระยะเวลาดังกล่าว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 54(1) มิใช่จ่ายให้มีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน4 วัน ดังที่สำนักงานแรงงานจังหวัดปทุมธานีวินิจฉัย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 54(1) เป็นรายเดือน เดือนละ 1,263.60 บาทเป็นเวลา 3 เดือน 29 วัน และจ่ายค่าทดแทนตามข้อ 54(12) เดือนละ1,263.60 บาท เป็นเวลา 54 เดือน เป็นเงิน 68,234.40 บาท ส่วนคำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "...ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จากการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง โจทก์สูญเสียอวัยวะหนังศีรษะ ใบหูข้างขวา และคิ้วทั้งสองข้าง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ยังสูญเสียอวัยวะบริเวณดั้งจมูกและโหนกแก้มทั้งสองข้างด้วย เป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนปัญหาว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่วินิจฉัยค่าทดแทนที่โจทก์ต้องสูญเสียอวัยวะของร่างกายเนื่องจากประสบอันตรายนั้น ครบถ้วนถูกต้องหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 54(2) เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกาย โดยจ่ายตามประเภทของการสูญเสียอวัยวะและตามระยะเวลาที่ต้องจ่ายให้ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด แต่ต้องไม่เกินสิบปี และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ 2)ข้อ 1(16) วรรคแรก ระบุกรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกายตามข้อ 54(2) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ให้มีระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนตามประเภทการสูญเสียอวัยวะนอกจากที่ระบุไว้ใน (1)

ถึง (15) ตามที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือคณะกรรมการที่ปรึกษาพนักงานเงินทดแทนกำหนด แต่ไม่เกินห้าปี และตามข้อ 1(16) วรรคสอง ระบุว่า ถ้าลูกจ้างประสบอันตรายถึงสูญเสียอวัยวะในหลายส่วนของร่างกายตามที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (16)ให้คำนวณกำหนดเวลาดังกล่าวรวมกันแต่ไม่เกินสิบปี ตามข้อกำหนดแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวมาแล้ว เห็นได้ว่า ค่าทดแทนสำหรับกรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนของร่างกายนั้น กำหนดให้นายจ้างจ่ายเป็นรายเดือนร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน โดยจ่ายตามประเภทของการสูญเสียอวัยวะ และตามระยะเวลาที่ต้องจ่ายให้ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนดสำหรับกรณีของโจทก์ได้ความว่า จากการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง

โจทก์สูญเสียอวัยวะหนังศีรษะใบหูข้างขวาและคิ้วทั้งสองข้าง อันเป็นการสูญเสียอวัยวะตามประเภทที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกำหนดการจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ 2) ข้อ 1(16) อันเป็นการสูญเสียอวัยวะส่วนอื่น นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ (1) ถึง (15) ซึ่งให้มีระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทน 4 ปี 6 เดือน ตามที่คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนมีมติเมื่อโจทก์สูญเสียอวัยวะหนังศีรษะ ใบหูข้างขวาและคิ้วทั้งสองข้างอันเป็นการสูญเสียอวัยวะตามประเภทที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน (ฉบับที่ 2)ข้อ 1(16) จึงต้องจ่ายค่าทดแทนให้เป็นรายเดือนร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน มิใช่เป็นการที่ต้องจ่ายค่าทดแทนจากการที่โจทก์ต้องสูญเสียอวัยวะในแต่ละส่วนของร่างกายดังที่โจทก์อุทธรณ์..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้