Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6935/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ศาลนัดสืบพยานสองนัดติดต่อกัน โดยนัดแรกนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน นัดต่อมานัดสืบพยานโจทก์ ก่อนถึงวันนัดสืบพยานจำเลยโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลย โจทก์ไม่มาศาล ศาลไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาเช่นนี้ ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสอง เพราะโจทก์ได้มีการร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่มาศาลไม่ได้ให้ศาลทราบก่อนลงมือสืบพยานแล้ว ไม่ใช่กรณีที่โจทก์ไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้องอันจะถือว่าเป็นการขาดนัดพิจารณา การที่ศาลไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ การพิจารณาคดีนี้จึงมิใช่การพิจารณาโดยขาดนัด การที่โจทก์ไม่มาศาลในนัดแรกจึงไม่ทำให้โจทก์เสียสิทธิที่จะสืบพยาน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์บางส่วนเนื้อที่ 1 ไร่ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไป ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 20961หากไม่ปฏิบัติขอให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยชดใช้ค่าใช้จ่ายและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท จนกว่าจะออกจากที่ดินพิพาทจำเลยให้การว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นของสามีจำเลยเนื้อที่11 ไร่ ต่อมาสามีจำเลยขายที่ดินแปลงดังกล่าวไป 10 ไร่ ส่วนที่เหลือ1 ไร่ ที่ปลูกบ้านอาศัยอยู่ไม่ได้ขาย แต่ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งแปลงให้ผู้ซื้อไปเพราะไม่มีเวลาแบ่งแยกเนื่องจากต้องรีบใช้เงินจำเลยได้ครอบครองอยู่อาศัยในบ้านบนที่ดินส่วนนี้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา 10 ปีเศษ

จำเลยจึงไม่ได้อยู่โดยละเมิด โจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 20961 และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินดังกล่าวเสร็จสิ้นจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกาว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและทำการสืบพยานจำเลยไปจนหมดแล้ว ศาลสั่งให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ตามที่นัดไว้แล้วเป็นการชอบด้วยกระบวนพิจารณาหรือไม่ ในเมื่อจำเลยได้คัดค้านไว้นั้น ในปัญหาดังกล่าว

ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณานั้นชอบหรือไม่ คดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยาน 2 นัด นัดต่อกันโดยนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนวันที่ 15 กันยายน 2532 และนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 4 ตุลาคม 2532 เวลา 9 นาฬิกา ทั้งสองวันก่อนถึงวันนัดสืบพยานจำเลย วันที่ 11 กันยายน 2532

โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "รอสั่งวันนัด" เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลยโจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาเช่นนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 197 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยานและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา"ตามบทบัญญัติดังกล่าวเมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไว้ก่อนวันสืบพยานจำเลยแล้ว จึงถือได้ว่ามีการร้องขอเลื่อนคดีหรือได้แจ้งเหตุขัดข้องที่มาศาลไม่ได้ให้ศาลทราบก่อนลงมือสืบพยานแล้วไม่ใช่กรณีที่โจทก์ไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้องอันจะถือว่าเป็นการขาดนัดพิจารณา

การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบการพิจารณาคดีนี้จึงมิใช่เป็นการพิจารณา โดยขาดนัด การที่โจทก์ไม่มาศาลในนัดแรกไม่ทำให้โจทก์เสียสิทธิที่จะสืบพยานที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์นำพยานเข้าสืบจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · จิระ บุญพจนสุนทร · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5600/2548

ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยทั้งสามซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน จำเลยทั้งสามขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าจำเลยทั้งสามไม่มีพยานมาสืบ แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามรับผิดตามฟ้อง จำเลยทั้งสามอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3388/2545

การที่โจทก์ต้องมาศาลในวันนัดสืบพยาน โจทก์ต้องมาตรงตามเวลานัดด้วยมิใช่ว่าโจทก์จะมาศาลในเวลาใดก็ได้ก่อนสิ้นเวลาทำการของศาล เมื่อศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาในวันนัดสืบพยานโจทก์เวลา 10.30 นาฬิกา เกินเวลานัดไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2545

แม้ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายความในวันนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งมีหน้าที่สืบก่อน แต่เมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้อนุญาตให้ทนายโจทก์ถอนตัวและให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในนัดต่อมา การที่โจทก์ไม่มาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8599/2544

คำร้องของโจทก์ที่โต้แย้งคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 197 วรรคสอง และมาตรา 201 วรรคหนึ่ง (เดิม) มิได้กล่าวอ้างว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยผิดระเบียบ หรือฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5779/2540

ศาลชั้นต้นกำหนดนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 3 พฤศจิกายน 2538 เวลา 13.30 นาฬิกา เมื่อถึงกำหนดทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนทนายยื่นคำร้องขอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้