Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6936/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัท ค. เป็นผู้ประกอบวิชาชีพรับจ้างจัดบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ประจำอยู่ที่ท่าเรือกรุงเทพ ย่อมต้องมีความซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง สินค้าแผ่นยางพาราที่มิได้บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ ตู้ละ 30 มัด นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะทำให้น้ำหนักของสินค้าขาดหายไปถึง 3,330.30 กิโลกรัมในแต่ละตู้และจำนวนสินค้าแผ่นยางพาราจำนวน 180 มัด ที่วางเรียงกันเป็น 11 แถวในแต่ละตู้ จะมีสินค้าในตู้ที่ขาดหายไปถึงเกือบ 2 แถว ซึ่งผู้ทำหน้าที่จัดบรรจุ ตรวจนับ และตรวจการบรรจุสินค้าย่อมสามารถเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน และเมื่อพิจารณาใบตรวจรับสภาพตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าแผ่นยางพาราแล้วปรากฏว่า ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งสองที่โจทก์อ้างว่ามีสินค้าแผ่นยางพาราสูญหายไปยังคงมีน้ำหนักสินค้ารวมตู้ตู้ละ 22 ตัน หากมีการบรรจุสินค้าขาดไปตู้ละ 30 มัด น้ำหนักรวมของตู้ควรเหลือประมาณตู้ละ 19 ตันเท่านั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสินค้ามิได้สูญหายไปในช่วงการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือต้นทางและตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดที่ถูกลากมายังโรงงานของผู้รับสินค้า ซีลปิดตู้ทุกตู้ยังอยู่ในสภาพดี แสดงให้เห็นว่า ตู้ไม่ได้ถูกเปิดออกนับตั้งแต่มีการบรรจุสินค้าเข้าที่ท่าเรือกรุงเทพ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าสินค้าสูญหายไปในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 ผู้ขนส่ง จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของสินค้า

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 511,989.56 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 492,168 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 492,198 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มกราคม 2550 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 19,821.56 บาท กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังว่า บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)

ตกลงทำสัญญาขายสินค้าแผ่นยางพาราเกรด อาร์เอสเอส (RSS) 3 จำนวน 200 ตัน ให้แก่บริษัทจงเสิน เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ซื้อซึ่งอยู่ที่เมืองชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้เงื่อนไขแบบ ซีไอเอฟ (CIF) ZHANGJIAGANG ในราคา 357,000 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้ขาย บรรจุหีบห่อสินค้าจำนวน 1,800 ห่อ ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันให้ผู้ขายขนส่งสินค้าไปส่งมอบให้ที่จังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากสินค้าดังกล่าวผู้ซื้อได้ทำสัญญาขายให้แก่บริษัทเจียงเหลียงยางพารา จำกัด ซึ่งอยู่ที่เขตการค้าเสรีจังเจียกัง ภายใต้เงื่อนไขแห่งสัญญาซื้อขายแบบ ซีไอเอฟ (CIF) ZHANGJIAGANG บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)

ผู้ขาย จึงมีหน้าที่ติดต่อว่าจ้างผู้ขนส่งและชำระค่าระวางการขนส่งตั้งแต่จากโรงงานหรือโกดังของผู้ขายไปจนถึงท่าเรือปลายทางจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน และต้องจัดหาผู้รับประกันภัยสินค้าและชำระค่าเบี้ยประกันภัยด้วย ดังนั้น บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) จึงทำสัญญาประกันภัยไว้กับโจทก์ สำหรับความเสียหายหรือสูญหายของสินค้าที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งตั้งแต่จากการโกดังหรือโรงงานของผู้เอาประกันภัยไปจนกว่าสินค้าจะขนส่งถึงยังโกดังหรือโรงงานของผู้ซื้อหรือผู้รับสินค้าที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในความเสี่ยงภัยทุกประเภท (ALL RISKS) อันเป็นการรับประกันภัยภายใต้เงื่อนไขการรับประกันภัยของสถาบันความคุ้มครองสินค้า (เอ) (INSTITUTE

CARGO CLAUSES (A)) ในวงเงิน 392,700 ดอลลาร์สหรัฐ ในการขนส่งสินค้ารายนี้ บริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้เอาประกันภัย ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ซึ่งมีภูมิลำเนาในดินแดนไต้หวันโดยจำเลยที่ 1 ตัวแทนของจำเลยที่ 2 ในประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการขนส่งตั้งแต่จากโรงงานหรือโกดังของผู้เอาประกันภัยไปยังจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้เงื่อนไขแบบแอลซีแอล/เอฟซีแอล (LCL/FCL) หลังจากนั้นบริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้เอาประภันภัย นำสินค้าจำนวน 1,800 ห่อ มาส่งมอบให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ตรวจนับสินค้าครบถ้วนจึงรับสินค้าไว้ และนำไปบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์ตู้ละ 180 ห่อ จำนวน 10 ตู้ จำเลยที่ 1 ออกใบตราส่งแทนจำเลยที่ 2 มอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย

จำเลยที่ 2 นำเรือชื่อ "WAN HAI 233" เที่ยวที่ N155 มาทำการส่งสินค้าพิพาท โดยเดินทางจากท่าเรือกรุงเทพ ไปยังท่าเรือจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน และเรือขนส่งไปถึงท่าเรือจังเจียกัง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อถึงท่าเรือปลายทางแล้ว มีการขนถ่ายตู้สินค้า 10 ตู้ จากเรือนำไปจัดเก็บไว้ในโกดังสินค้าที่ท่าเรือปลายทาง ต่อมาผู้รับสินค้าติดต่อขอรับตู้สินค้าจากท่าเรือแล้วนำไปเปิดที่โรงงานของผู้ซื้อ ปรากฏว่า ตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU2717671 และหมายเลข WHLU8030023 มีสินค้าสูญหายตู้ละ 30 ห่อ รวม 60 ห่อ มีสินค้าทั้งหมดเหลือเพียง 1,740 ห่อ ตามใบรับของ สำเนาใบตรวจรับและเช็คสินค้าจากตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทไชน่ายูไนเต็ด

แทลลี่ จำกัด และใบรายการสินค้าที่นำออกจากตู้/สินค้าเสียหายสำหรับตู้คอนเทนเนอร์ ต่อมาผู้ซื้อได้มอบหมายให้ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ดำเนินการติดตามเรียกร้องและรับเงินในนามของผู้เอาประกันภัยจากเหตุที่สินค้าสูญหายในระหว่างการขนส่ง โจทก์พิจารณาแล้ว เห็นว่า สินค้าพิพาทสูญหายไปในระหว่างการขนส่งซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์จึงจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 492,168 บาท ให้แก่ผู้เอาประกันภัยไป มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่าสินค้ายางพาราจำนวน 60 มัด ได้สูญหายไปในระหว่างที่สินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 ผู้ขนส่งหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า สินค้ายางพาราทั้งหมดมีจำนวนทั้งสิ้น 1,800 มัด

น้ำหนักมัดละ 111.11 กิโลกรัม ถูกแบ่งบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต จำนวน 10 ตู้ ตู้ละ 180 มัด เท่ากัน จำเลยที่ 1 ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 ให้ทำการบรรจุสินค้าทั้งหมดเข้าตู้คอนเทนเนอร์ จำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้บริษัทคอนบัลค์ เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้บรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด และจำเลยทั้งสามมีนายจิตติ หัวหน้าชุดงานบรรจุสินค้าของบริษัทคอนบัลค์ เซอร์วิส จำกัด เป็นพยานเบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่า ได้รับสินค้าแผ่นยางพาราจากบริษัทไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,800 มัด ได้ดำเนินการบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 10 ตู้ ตู้ละ 180 มัด การบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์แต่ละตู้จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที

ถึง 1 ชั่วโมง ใช้เวลาบรรจุสินค้าทั้งสิ้น 2 วัน และมีนายสถาพร เจ้าหน้าที่ตรวจนับสินค้าของบริษัทคอนบัลค์ เซอร์วิส จำกัด เป็นพยานเบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่า ได้ตรวจนับสินค้าแผ่นยางพาราเข้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 10 ตู้ ตู้ละ 180 มัด ครบถ้วน โดยการตรวจนับสินค้าแต่ละตู้นั้น สินค้าแผ่นยางพาราจะถูกบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด 11 แถว แถวแรกมี 20 มัด แถวที่ 2 ถึงแถวที่ 11 มีแถวละ 16 มัด เมื่อบรรจุสินค้าเข้าตู้ครบ 10 ตู้แล้ว จึงทำเอกสารนำไปให้นายมหาตม์ เจ้าหน้าที่ตรวจเช็คของบริษัทตรวจสอบและลงลายมือชื่อไว้ โดยนายมหาตม์เป็นพยานเบิกความประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงว่า ได้ทำการตรวจสอบสินค้าแผ่นยางพาราทั้ง 10 ตู้คอนเทนเนอร์

บรรจุสินค้าแผ่นยางพาราจำนวน 180 มัด ต่อตู้ครบถ้วน และมีการปิดตู้และผนึกซีลที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์เรียบร้อยทุกตู้ เห็นว่า บริษัทคอนบัลค์ เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้ประกอบวิชาชีพรับจ้างจัดบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ประจำอยู่ที่ท่าเรือกรุงเทพ ย่อมต้องมีความซื่อสัตย์และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง สินค้าแผ่นยางพาราที่มิได้บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU8030023 และ WHLU2717671 ตู้ละ 30 มัด นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะทำให้น้ำหนักของสินค้าขาดหายไปถึง 3,333.30 กิโลกรัม ในแต่ละตู้ และจำนวนสินค้าแผ่นยางพาราจำนวน 180 มัด ที่วางเรียงกันเป็น 11 แถว ในแต่ละตู้ จะมีสินค้าในตู้ที่ขาดหายไปถึงเกือบ 2 แถว ซึ่งผู้ทำหน้าที่จัดบรรจุ

ตรวจนับ และตรวจการบรรจุสินค้าย่อมสามารถเห็นความผิดปกติดังกล่าวได้อย่างชัดเจน และเมื่อพิจารณาใบตรวจรับสภาพตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าแผ่นยางพาราเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องมีการตรวจสภาพตู้คอนเทนเนอร์และชั่งน้ำหนักตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 10 ตู้ ก่อนนำไปเก็บไว้ในท่าเรือเพื่อรอบรรทุกขึ้นเรือ ปรากฏว่าตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU8030023 และ WHLU2717671 ที่โจทก์อ้างว่ามีสินค้าแผ่นยางพาราสูญหายไปตู้ละ 30 มัด ยังคงมีน้ำหนักสินค้ารวมตู้คอนเทนเนอร์ด้วย ตู้ละ 22 ตัน เท่ากับน้ำหนักตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าแผ่นยางพาราอื่นด้วยกันอีก 7 ตู้ ส่วนอีก 1 ตู้ มีน้ำหนักรวม 21 ตัน ถือว่าใกล้เคียงกันซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ

สินค้าแผ่นยางพาราแต่ละมัดมีน้ำหนักมัดละ 111.11 กิโลกรัม บรรจุเต็มตู้จำนวน 180 มัด จะมีน้ำหนักเฉพาะสินค้ารวม 19,999.8 กิโลกรัม เมื่อรวมกับน้ำหนักตู้คอนเทนเนอร์เปล่า ซึ่งปรากฏอยู่ในสำเนาใบตรวจนับสินค้าทั้ง 10 ตู้คอนเทนเนอร์ มีน้ำหนักเท่ากันคือตู้ละ 2,370 กิโลกรัม เมื่อนำมารวมกับน้ำหนักของสินค้าทั้งตู้แล้ว จะมีน้ำหนักตู้ละ 22,369.8 กิโลกรัม ตรงตามน้ำหนักรวมที่ปรากฏในใบตรวจรับสภาพตู้สินค้า คือตู้ละประมาณ 22 ตัน หากมีการบรรจุสินค้าแผ่นยางพาราเข้าตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU8030023 และ WHLU2717671 เพียงตู้ละ 150 มัด ขาดไปตู้ละ 30 มัด น้ำหนักรวมของตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 ตู้ ควรเหลือประมาณ 19 ตัน เท่านั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยทั้งสามนำสืบว่า

มีการบรรจุสินค้าแผ่นยางพาราเข้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 10 ตู้ ครบจำนวนตู้ละ 180 มัด สินค้าแผ่นยางพารามิได้สูญหายไปในช่วงการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือต้นทางดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัย และข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยทั้งสามนำสืบว่า ผู้รับสินค้าได้มาลากตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU2717671 หมายเลข WHLU8030023 ไปจากท่าเรือปลายทาง และเปิดตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 ตู้ ประกอบบันทึกอธิบายเหตุการณ์ของบริษัทจางเจียก่าง จงเหลียน ตรวจนับสินค้า จำกัด และข้อเท็จจริงได้ความว่า ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดที่ถูกลากมายังโรงงานของผู้รับสินค้า ซีลปิดตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ยังอยู่ในสภาพดี แสดงให้เห็นว่า

ตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ไม่ได้ถูกเปิดออกนับตั้งแต่มีการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือกรุงเทพ รวมทั้งตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU2717671 และ WHLU8030023 ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จากเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ว่า ผู้รับสินค้าได้นำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าหมายเลข WHLU2717671 และ WHLU8030023 รวม 2 ตู้ มาส่งคืน ย่อมแสดงว่า ตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 ตู้ ดังกล่าวได้ถูกเปิดออกและมีการขนถ่ายสินค้าแผ่นยางพาราออกจากตู้เก็บไว้ในโรงงานของผู้รับสินค้าแล้ว ซึ่งการนำสินค้าออกจากตู้น่าจะต้องทราบแล้วว่า สินค้าแผ่นยางพาราที่นำออกจากตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 ตู้ มีจำนวนเท่าใด หากสินค้าขาดจำนวนก็น่าจะทราบได้ตั้งแต่ดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏมีการทักท้วงว่าสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 ตู้

มีไม่ครบจำนวน ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างว่าบริษัทจางเจียก่าง จงเหลียน ตรวจนับสินค้า จำกัด ทำการตรวจนับสินค้าแผ่นยางพาราทั้ง 10 ตู้คอนเทนเนอร์ แล้วระบุว่าสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์หมายเลข WHLU2717671 และหมายเลข WHLU8030023 ขาดจำนวนไปตู้ละ 30 มัด และรายงานการสืบสวนของบริษัทฮัวดะ ลอส แอดจัสเตอร์ แอนด์ เซอร์เวย์เยอร์ จำกัด ผู้สำรวจความเสียหายที่ระบุว่า ความสูญหายของสินค้าน่าจะเกิดจากขั้นตอนการบรรจุสินค้านั้น บริษัทได้รับแจ้งให้ไปทำการสำรวจสินค้า ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ในภายหลังจากการเปิดตู้คอนเทนเนอร์จึงมีน้ำหนักให้รับฟังน้อย ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าสินค้าแผ่นยางพารา จำนวน 60 มัด ได้สูญหายไปในระหว่างที่สินค้าอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 2 ผู้ขนส่ง

จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของสินค้าดังกล่าว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายในความสูญหายของสินค้าแผ่นยางพาราจำนวน 60 มัด ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งสองศาลให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · อร่าม เสนามนตรี · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางจันทร์กระพ้อ ต่อสุวรรณ สินธวถาวร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)206/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
กค139/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
กค48/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้