คำฟ้องและคำให้การ
จำเลยเป็นทหารประจำการแล้วหลบหนีราชการทหารสมคบกันมีพรรคพวกไปกระทำการชิงทรัพย์ ศาลทหารกรุงเทพฯวินิจฉัยว่าเมื่อไม่ปรากฏว่าพรรคพวกจำเลยไม่เป็นบุคคลซึ่งมิได้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ๆ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ จึงให้จำคุกจำเลยหลบหนีราชการทหารแลฐานชิงทรัพย์ด้วย ศาลทหารกลางให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาเรื่องฐานชิงทรัพย์เสีย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อในเบื้องต้นไม่ปรากฏว่าพรรคพวกของจำเลยเป็นทหารประจำการแล้วต้องสันนิษฐานว่าเป็นพลเมืองสามัญอันขึ้นศาลพลเรือน ศาลทหารจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีในฐานชิงทรัพย์นี้ได้ตามมาตรา ๔๑ แห่ง พระธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๗๗
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตามศาลทหารกลาง