Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 698969)

พ.ศ. 2566 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ นางสาว น. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ๑ นายช่างรังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาบ้านนาสาร ที่ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๓ ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ที่ ๕ สรุปคำฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๑๒๙ และที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๒๘๔ รวม ๒ แปลง ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ได้รังวัดถนนสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี เนื้อที่ ๓๒๘.๙๐ ตารางวา โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบหรือให้เข้าร่วมทำการรังวัดระวังการนำชี้แนวเขต และมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ไม่ทราบสัง

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ นางสาว น. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ๑ นายช่างรังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาบ้านนาสาร ที่ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๓ ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ที่ ๕ สรุปคำฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๑๒๙ และที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๒๘๔ รวม ๒ แปลง ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ได้รังวัดถนนสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี

เนื้อที่ ๓๒๘.๙๐ ตารางวา โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบหรือให้เข้าร่วมทำการรังวัดระวังการนำชี้แนวเขต และมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ไม่ทราบสังกัดขับรถยนต์เข้าออกบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทำให้บุคคลในครอบครัวของผู้ฟ้องคดีตกใจกลัว ผู้ฟ้องคดีได้คัดค้านการรังวัด ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพิกถอนการรังวัดที่ดิน และสั่งให้รังวัดใหม่โดยได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จ่ายค่าทดแทนกรณีการรังวัดที่ดินรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเนื้อที่ ๓๒๘.๙๐ ตารางวา ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๕ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย กรณีบุกรุกเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีในวันรังวัดที่ดินทำให้บุคคลในครอบครัวของผู้ฟ้องคดีเกิดความตกใจกลัวมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ และที่ ๘ ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ เป็นผู้ดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ได้ยื่นคำขอตรวจสอบแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ (ทางสาธารณประโยชน์) บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำพุ (ท่าชี) อำเภอบ้านนาสารจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจภูธรท่าชีให้ดำเนินคดีกับผู้ฟ้องคดีโดยกล่าวหาว่าบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ โดยในการรังวัดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้มีหนังสือแจ้งให้นายอำเภอบ้านนาสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าชี และผู้ที่มีแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าวแล้ว

ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงทราบมาโดยตลอดแต่ผู้ฟ้องคดีไม่เคยให้ความร่วมมือในการรังวัดและชี้แนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ การรังวัดและชี้แนวเขตไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการรังวัดที่ดินที่พิพาทได้ดำเนินการถูกต้องตามลำดับขั้นตอน ระเบียบและกฎหมาย ไม่เป็นการทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า คดีนี้แม้นายช่างรังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาบ้านนาสาร ที่ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๓ ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ที่ ๕ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สาขาบ้านนาสาร ที่ ๖ กรมที่ดิน ที่ ๗ กรมการปกครอง ที่ ๘ ผู้ถูกฟ้องคดีจะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทนิยามในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปด โดยอ้างเหตุว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ รังวัดเพื่อตรวจสอบแนวเขตถนนสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แต่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าถนนสาธารณะดังกล่าวตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยที่ผู้ฟ้องคดีไม่เคยได้รับค่าทดแทน จึงเป็นการกระทำละเมิด โดยมีคำขอให้จ่ายค่าทดแทนที่ดิน และรังวัดใหม่ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ และที่ ๘ ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนสาธารณะที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้เพื่อตรวจสอบเขตทางสาธารณะไม่ใช่ที่ดินของผู้ฟ้องคดี

อันมีลักษณะเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณะ ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การเข้าไปรังวัดและชี้แนวเขตที่ดินพิพาทได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นทางสาธารณะซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แล้ว จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่กายและจิตใจจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๕ กรณีมีเจ้าหน้าที่บุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีในวันรังวัดเป็นเหตุให้ครอบครัวของผู้ฟ้องคดีตกใจกลัวนั้น มิใช่ข้อพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมเช่นกัน (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
93/2566
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้