Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดิน ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองไม่ใช่ที่ดินสาธารณประโยชน์ เท่ากับอ้างว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองหรืออีกนัยหนึ่งที่ดินเป็นของโจทก์ เมื่อจำเลยให้การว่าที่ดินไม่ใช่ของโจทก์เพราะเป็นที่ดินสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่ดินดังกล่าวไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดังนั้น โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบ ให้ได้ความว่าที่ดินเป็นของโจทก์ และโดยที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้โจทก์ได้ครอบครองที่ดินอยู่ก็ไม่ได้ประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1369 เพราะโจทก์จะยกเอาการครอบครองขึ้นยันต่อรัฐได้ต่อเมื่อโจทก์ได้สิทธิครอบครองมาโดยชอบตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด และกฎหมายบัญญัติรับรองคุ้มครองสิทธิครอบครองนั้นไว้ด้วย โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินตั้งอยู่ที่บ้านหนองสะโน หมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอวารินชำราบจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่มีอาณาเขตติดต่อตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง ที่ดินแปลงดังกล่าวโจทก์รับมรดกมาจากบิดามารดาและครอบครองสืบสิทธิติดต่อกันมาเป็นเวลาประมาณ 60 ปีแล้ว โดยโจทก์ได้เข้าครอบครองตั้งแต่ปี 2508 ต่อมาทางราชการได้ออกใบ ภ.บ.ท5 สำหรับที่ดินให้แก่โจทก์ไว้เป็นหลักฐานและโจทก์ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาต่อมาอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีได้มีประกาศลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 ให้ประชาชนขอจับจองที่ดิน โจทก์ได้ไปยื่นเรื่องราวขอจับจองที่ดินดังกล่าวหลังจากที่เจ้าหน้าที่รังวัดสำนักงานที่ดินอำเภอวารินชำราบได้ทำการรังวัดที่ดินที่โจทก์ได้ขอจับจองไว้แล้ว

ได้มีชาวบ้านไปร้องเรียนต่อนายอำเภอวารินชำราบ ต่อมาวันที่2 กุมภาพันธ์ 2534 อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีได้นำเสาไม้มาปักลงในที่ดินที่โจทก์ได้ขอจับจองไว้และมีป้ายเขียนไว้ว่า "ที่สาธารณประโยชน์ห้ามบุกรุก" การกระทำดังกล่าวของทางราชการอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะไม่สามารถที่จะได้รับใบจับจองที่ดินดังกล่าวได้ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามฟ้องเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองไม่ใช่ที่ดินสาธารณประโยชน์ ให้จำเลยรื้อถอนป้ายที่ได้นำมาปักลงไว้ในที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองและให้จำเลยออกใบจองที่ดินดังกล่าวตามฟ้องให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ที่โจทก์จะมีสิทธิครอบครอง

เพราะที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณะที่ประชาชนหมู่ที่ 6 และ 7ตำบลท่าช้าง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยใช้เป็นที่เผาและฝังศพ และทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะไว้เป็นหลักฐานตั้งแต่ปี 2496ดังนั้น แม้โจทก์จะบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์นานเท่าใด โจทก์ก็ไม่อาจอ้างสิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวได้ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้ภาระการพิสูจน์ตกแก่จำเลยเนื่องจากโจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นป่าช้าสาธารณะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยที่ที่ดินพิพาทไม่มีเอกสารสิทธิซึ่งโจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทดังนั้น โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายเป็นคุณแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1367, 1369 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 84(2) เมื่อจำเลยสืบไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จึงมีสิทธิครอบครองในที่พิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วคดีนี้โจทก์อ้างว่าโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทโจทก์จึงมีสิทธิครอบครอง ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง ไม่ใช่ที่ดินสาธารณประโยชน์จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ที่โจทก์จะมีสิทธิครอบครอง เพราะที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้โจทก์จะเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์นานเท่าใดก็ไม่อาจอ้างสิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวได้

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ที่อ้างว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทและขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองไม่ใช่ที่ดินสาธารณประโยชน์ คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงเท่ากับอ้างว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทหรืออีกนัยหนึ่งที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่เป็นที่ดินของโจทก์ที่โจทก์จะมีสิทธิครอบครอง เพราะเป็นที่ดินสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และที่พิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดังนั้นโจทก์จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และโดยที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

แม้จะปรากฎว่าโจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ก็ไม่ได้ประโยชน์จากข้อสันนิษฐานเพราะโจทก์จะยกเอาการครอบครองขึ้นยันต่อรัฐได้ต่อเมื่อโจทก์ได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทมาโดยชอบตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด และกฎหมายบัญญัติรับรองคุ้มครองสิทธิครอบครองนั้นไว้ด้วย ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีภาระการพิสูจน์ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ที่ดินสาธารณะจึงชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · สุทธิ นิชโรจน์ · สมพล สัตยาอภิธาน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2509

ที่พิพาทมีโฉนด โจทก์อ้างว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์จำเลยอ้างว่าบิดามารดาโจทก์ขายที่พิพาทให้บิดามารดาจำเลยโดยมิได้มีการแก้ทะเบียนกัน ข้อเท็จจริงรับกันว่าบิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2500

เมื่อศาลชั้นต้นสั่งหน้าที่นำสืบตกแก่จำเลย จำเลยได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แม้จำเลยต่อสู้ว่าเดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6120/2558

แม้โจทก์จะซื้อที่ดินซึ่งรวมที่ดินพิพาทด้วยจาก ฉ. และโจทก์เข้าทำประโยชน์ด้วยการปลูกต้นยูคาลิปตัสและต้นไผ่ในที่ดินที่ซื้อมา แต่เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก การเข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6412/2550

ที่พิพาทเดิมเป็นที่ป่า แต่ต่อมาได้ถูกถอนสภาพ ที่พิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (1) ผู้ครอบครองที่พิพาทโดยมีเจตนายึดถือเพื่อตนย่อมมีสิทธิครอบครองในที่ดินได้ การฟ้องคดีเพื่อเอาค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7529/2544

ที่ดินพิพาทมีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินออกในชื่อโจทก์ โจทก์ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นเจ้าของและผู้มีสิทธิครอบครองด้วย แม้โจทก์จะมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินก็ตาม แต่โจทก์ยอมรั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้