Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7003/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์กับจำเลยที่ 2 เคยมีข้อพิพาททั้งทางแพ่งและอาญามาก่อน ในวันเกิดเหตุ โจทก์ยังเป็นฝ่ายด่าว่ายกมือไหว้สาปแช่งจำเลยที่ 2 จนเกิดการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ย่อมฟังได้ว่าเป็นการที่ต่างสมัครใจเข้าวิวาทกัน โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295, 296

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296 ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 295 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 2 จำคุก 3 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 2 รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงที่มิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรของโจทก์ จำเลยที่ 2 เคยเป็นภรรยาของจำเลยที่ 1 และได้หย่าขาดจากกันแล้ว ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อแรกว่า จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ทำร้ายร่างกายโจทก์หรือไม่ พยานโจทก์มีตัวโจทก์เบิกความว่า ขณะโจทก์กำลังจูงสุนัขจำนวน 4 ตัวออกมาเดินบนถนนหน้าบ้าน จำเลยที่ 2 ได้เปิดประตูวิ่งเข้ามาเตะสุนัขและตัวโจทก์กับได้ตะโกนเรียกให้จำเลยที่ 1 มาช่วยทำร้ายโจทก์ จำเลยทั้งสองได้เตะและถีบบริเวณท้องของโจทก์หลายครั้ง

เมื่อมีเสียงคนงานก่อสร้างตะโกนว่า เฮ้ยรังแกคนแก่ จำเลยทั้งสองจึงกลับเข้าบ้านแล้วนำกล้องวิดีโอกับกล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปโจทก์ไว้ นางสาวบรรจง รอดสถา เบิกความว่า พยานเป็นคนงานก่อสร้าง วันเกิดเหตุพยานเห็นโจทก์เดินจูงสุนัขออกมาและเห็นจำเลยที่ 2 วิ่งออกมาเตะสุนัขกับโจทก์ จำเลยที่ 2 ตะโกนเรียกชื่อจำเลยที่ 1 ให้ออกมาช่วยตีโจทก์ จำเลยทั้งสองช่วยเตะและถีบสุนัขกับโจทก์โดยมีนายสมศักดิ์ อำไพสุทธิพงษ์ นางสาวสมพร อำไพสุทธิพงษ์ นางภารตี อำไพสุทธิพงษ์ เบิกความเป็นพยานแวดล้อมหลังเกิดเหตุสนับสนุน ร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ สว่างศรี พนักงานสอบสวนเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 20 นาฬิกา จำเลยที่ 2 ได้มาแจ้งความว่า ถูกโจทก์ทำร้ายร่างกาย

พยานจึงให้เจ้าพนักงานตำรวจสายตรวจไปเชิญตัวโจทก์พร้อมทั้งส่งจำเลยที่ 2 ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบางมด 3 ภายหลังโจทก์นายสมศักดิ์และลูกสะใภ้ของโจทก์มาพบพยาน พยานสอบสวนแล้วได้ความว่า เป็นเรื่องระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้ โจทก์แจ้งพยานว่าถูกทำร้ายร่างกายเช่นกัน พยานจึงส่งโจทก์ไปให้แพทย์ตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาลบางปะกอก 2 ส่วนจำเลยที่ 2 เบิกความว่า วันเกิดเหตุโจทก์เป็นฝ่ายหาเรื่อง โดยด่าว่าและสาปแช่งจำเลยที่ 2 กับได้ใช้ไม้เท้าที่ถือมาตีจำเลยที่ 2 ด้วย เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ฝ่ายโจทก์กับจำเลยทั้งสองเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญาหลายคดี สำหรับการเกิดเหตุในครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างแจ้งความกล่าวหาทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน

พนักงานสอบสวนมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่จำเลยที่ 2 แจ้งความให้ดำเนินคดีโจทก์ ส่วนคดีที่โจทก์แจ้งความให้ดำเนินคดีจำเลยทั้งสอง พนักงานอัยการก็มีคำสั่งไม่ฟ้อง หากพิจารณาลำพังคำของโจทก์กับนางสาวบรรจงแล้วจะดูเป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายโจทก์เพียงลำพังฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้ทำร้ายร่างกายจำเลยทั้งสองด้วย แต่ข้อเท็จจริงกลับได้ความว่า จำเลยที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกันตามใบความเห็นแพทย์ในชุดเอกสารหมาย ล.27 สอดคล้องกับคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ที่ได้ความว่า จำเลยที่ 2 ได้แจ้งให้ดำเนินคดีกับโจทก์ก่อนและพยานได้ส่งจำเลยที่ 2 ไปให้แพทย์ตรวจ ที่โจทก์กับนางสาวบรรจงเบิกความตอบคำถามของทนายโจทก์

ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ถือไม้เท้าติดตัวไปด้วย แต่เมื่อเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านกลับปรากฏว่าโจทก์มีไม้เท้าติดตัวไปด้วย ที่จำเลยที่ 2 เบิกความว่าโจทก์ด่าว่ายกมือไว้สาปแช่งจำเลยที่ 2 กับถือไม้เท้ามาด้วย จึงมีน้ำหนักในการรับฟัง การที่โจทก์กับจำเลยที่ 2 เคยมีข้อพิพาททั้งทางแพ่งและอาญามาก่อน ในวันเกิดเหตุยังเป็นฝ่ายด่าว่ายกมือไหว้สาปแช่งจำเลยที่ 2 จนเกิดการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ย่อมฟังได้ว่าเป็นการที่ต่างสมัครใจเข้าวิวาทกัน โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

แม้จำเลยที่ 1 มิได้ยกขึ้นอ้างในฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง, 225 กรณีเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213, 225 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ไม่จำต้องวินิจฉัยในข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาอีกต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรูญ อินทจาร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · จิระวรรณ ศิริบุตร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2567

ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งชักชวนโจทก์ให้นำเงินมาลงทุนในบริษัท ม. ว่าจะได้ผลตอบแทนสูง แม้เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วจะเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปีก็ตาม แต่กรณีมิใช่เรื่องที่โจทก์ให้บริษัท ม. กู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2566

การบรรยายฟ้องความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต้องระบุชัดเจนถึงข้อความเท็จนั้นว่ามีข้อความเป็นอย่างไร และความจริงเป็นอย่างไร คำฟ้องของโจทก์บรรยายเพียงว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้