เนื้อความคำพิพากษา
แม้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำเลยที่ 2 เป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งสองแปลงได้ขอรังวัดสอบเขตที่ดินเพื่อรวมที่ดินทั้งสองแปลงเข้าด้วยกัน แต่จำเลยทั้งสองคัดค้านการรังวัดอ้างว่าโจทก์รังวัดที่ดินรุกล้ำเข้ามาในที่ดินที่จำเลยที่ 1 ครอบครอง และที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่จำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์ เมื่อการคัดค้านการรังวัดที่ดินเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
พ.ศ. 2518 มาตรา 36 ทวิ จึงมิใช่การใช้อำนาจทางปกครอง การกระทำของจำเลยที่ 2 ในการคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ซึ่งเป็นข้อพิพาทในคดีนี้ จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามนัยมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองหรือเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินของจำเลยที่ 2 แม้โจทก์จะมีคำขอให้เพิกถอนหนังสือ ส.ป.ก. 4-01 ข ที่ทับซ้อนกับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1342 มาด้วยก็ตาม ก็เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาท กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -