คำฟ้องและคำให้การ
เดิมโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ ๓๖๖ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี อ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ไม่ใช่ของจำเลยแต่เป็นของผู้ร้อง โดยซื้อจากนายขึ้น อินทะวัจนะ โดยสุจริต เสียค่าตอบแทนขอให้ศาลปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์คัดค้านหลายประการ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วฟังว่า ที่พิพาทไม่ใช่ของจำเลย พิพากษาให้ปล่อย
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- (๑) ก่อนผู้ร้องรับซื้อที่พิพาท ที่พิพาทเป็นของนางชื้น อินทะวัจนะ ตลอดมาไม่เคยตกเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะยึด ที่โจทก์เถียงว่าการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า "นางชื้น มิใช่ลูกหนี้โจทก์" เป็ฯการนอกประเด็นเพราะผู้ร้องไม่ได้กล่าวอ้างนั้นเห็นว่า ไม่นอกประเด็น เพราะผู้ร้องได้กล่าวไวในคำร้องว่า ไม่ซื้อที่พิพาทนี้จากนางชื้น ซึ่งเป็นคนละคนกับนางนิ่มจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จะยึดได้เฉพาะทรัพย์สินของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น เมื่อโจทก์นำยึดที่พิพาทซึ่งผู้ร้องอ้างว่าซื้อจากนางชื้น จึงเป็นประเด็นโดยตรงที่ศาลจะวินิจฉัยว่า นางชื้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์หรือไม่ (๒)
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องซื้อที่พิพาทจากนางชื้น ซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ นางชื้นจะได้ที่พิพาทมาอย่างไร ที่นี้จะเคยเป็นรัพย์สินในกองมรดกของร้องตำรวจตรีโต๊ะหรือไม่ จึงไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีนี้ (๓) การเรียกค่าธรรมเนียมเป็นหน้าที่ของศาล แม้จะเรียกน้อยไปกว่าที่ควร ก็อาจเรียกเพิ่มเติมให้ถูกต้องได้ แต่เมื่อศษลขั้นต้นเห็นไม่ควรเรียกเพิ่ม ก็ไม่ทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีต้องเปลี่ยนแปลงไป