Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7011/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่ก่อตั้งขึ้นด้วยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1298 และการได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่บริบูรณ์ เว้นแต่นิติกรรมจะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 แม้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของถนนพิพาทจะทำหนังสือยินยอมให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ใช้ถนนพิพาทเป็นทางเข้าออกได้ และต่อมาเมื่อถนนพิพาทตกเป็นของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ก็ทำหนังสืออนุญาตให้โจทก์ทั้งสี่ใช้ถนนพิพาทได้ก็ตาม แต่เมื่อข้อตกลงตามหนังสือยินยอมและอนุญาตให้โจทก์ทั้งสี่ใช้ถนนพิพาทดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่เป็นทรัพยสิทธิและถนนพิพาทไม่ตกเป็นทางภาระจำยอมตามกฎหมาย การที่โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิใช้ถนนพิพาทได้ก็โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินยินยอมและอนุญาตให้ใช้ แม้โจทก์จะใช้ถนนพิพาทมานานเกินกว่า 10 ปีแล้ว แต่มิใช่เป็นการใช้ถนนโดยเจตนาที่จะให้ได้ภาระจำยอม จึงไม่อาจได้ภาระจำยอมโดยอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรื้อถอนเสาเข็ม อาคาร เรือนพักคนงานและสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ล่วงล้ำที่ดินภาระจำยอมที่เป็นการกีดขวางการใช้ทางถนนคอนกรีตบนที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 1255, 87322 ตำบลบางเขน (บางซื่อ) อำเภอลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) (ที่ถูกตำบลลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอบางเขน (บางซื่อ)) กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ทั้งสี่ หากเพิกเฉยให้โจทก์ทั้งสี่เป็นฝ่ายนำบุคคลอื่นเป็นผู้รื้อถอนโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสาม กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันจดทะเบียนภาระจำยอมให้โจทก์ทั้งสี่ ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาโดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียม จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่า ถนนพิพาทเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ เห็นว่า ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่กฎหมายตั้งขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1298 บัญญัติว่า ทรัพยสิทธิทั้งหลายนั้น ท่านว่าจะก่อตั้งขึ้นได้แต่ด้วยอาศัยอำนาจในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น และมาตรา 1299 ก็บัญญัติว่า การได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่บริบูรณ์ เว้นแต่นิติกรรมจะได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 ในขณะเป็นเจ้าของถนนพิพาทจะทำหนังสือยินยอมให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ใช้ถนนพิพาทเป็นทางเข้าออกได้ตามหนังสือให้ความยินยอม และต่อมาเมื่อถนนพิพาทตกเป็นของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ก็ทำหนังสืออนุญาตให้โจทกทั้งสี่ใช้ถนนพิพาทเป็นทางเข้าออกได้ตามหนังสืออนุญาตให้ใช้ทางพิพาท

อันทำให้โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิใช้ถนนพิพาทก็ตาม แต่เมื่อข้อตกลงตามหนังสือยินยอมและอนุญาตให้โจทก์ทั้งสี่ใช้ถนนพิพาทดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่เป็นทรัพยสิทธิไม่เป็นภาระจำยอมตามกฎหมาย และการที่โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิใช้ถนนพิพาทได้ก็เพราะจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ยินยอมและอนุญาตให้ใช้ จึงเป็นการใช้โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดิน แม้โจทก์ทั้งสี่จะใช้ถนนพิพาทมานานเกินกว่า 10 ปีแล้วตามที่อ้าง โจทก์ทั้งสี่ก็ไม่อาจได้ภาระจำยอมโดยอายุความตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 ได้ ส่วนที่โจทก์ทั้งสี่ฎีกาว่า ตามข้อตกลงข้อ 8 ของหนังสืออนุญาตให้ใช้ทางพิพาทซึ่งมีข้อความเหมือนกันว่า "ถ้ามีการโอนเปลี่ยนมือกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้

ผู้รับโอนต้องยินยอมให้ผู้รับความยินยอมมีสิทธิใช้ถนนและลานคอนกรีตได้ตลอดไป" แสดงให้เห็นว่าคู่สัญญามีความประสงค์ให้เป็นภาระจำยอมแม้ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการบังคับบุคคลภายนอกที่รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันมีถนนพิพาทรวมอยู่ด้วยต้องยินยอมให้โจทก์ทั้งสี่ใช้ถนนพิพาทได้ตลอดไป ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่อาจบังคับบุคคลภายนอกไว้ล่วงหน้าโดยที่บุคคลภายนอกนั้นมิได้ยินยอมตามข้อตกลงดังกล่าวด้วยได้ จึงไม่มีผลบังคับถึงบุคคลภายนอกคือจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งมีถนนพิพาทรวมอยู่ด้วยจากจำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 1 มิได้ยินยอมด้วยได้ ข้อตกลงดังกล่าวมีผลเฉพาะจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ทำหนังสืออนุญาตดังกล่าวที่จะต้องจัดการให้เป็นไปตามข้อตกลงเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างโจทก์ทั้งสี่กับจำเลยที่ 3 จะต้องว่ากล่าวกันหาเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ไม่

เมื่อภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิซึ่งจะก่อตั้งขึ้นได้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายและจะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะสมบูรณ์ ดังนั้น แม้จำเลยที่ 3 จะเป็นภริยาของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งมีถนนพิพาทรวมอยู่ด้วยขายให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ก็หาผูกพันต้องปฏิบัติตามหนังสืออนุญาตให้ใช้ทางพิพาทตามที่จำเลยที่ 3 ทำไว้กับโจทก์ทั้งสี่ไม่ และกรณีไม่อาจถือว่าจำเลยทั้งสามไม่สุจริตตามที่โจทก์ทั้งสี่อ้าง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพัฒน์ บุญยุบล · สายันต์ สุรสมภพ · บรรหาร มูลทวี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายกอบกฤษณ์ จันทร์เจริญ
ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา บุญชู
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2552

โจทก์ทั้งสี่ใช้ลำรางพิพาทในการชักน้ำเข้านาที่ดินพิพาท แล้วขุดเป็นบ่ออยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว จากนั้นโจทก์ทั้งสี่ใช้ระหัดวิดน้ำหรือใช้เครื่องสูบน้ำชักน้ำเข้าไปยังที่ดินแปลงอื่นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2541

โจทก์ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามคำพิพากษาของศาล โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์ไปดำเนินการจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมที่โจทก์ได้มา แต่จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ซึ่งเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3482/2541

โจทก์ ได้ สิทธิ ภารจำยอม โดย อายุความ ตาม คำพิพากษา ของ ศาล โจทก์ บอกกล่าว ให้ จำเลย เจ้าของ ภารยทรัพย์ ไป ดำเนินการ จดทะเบียน สิทธิ ภารจำยอม ที่ โจทก์ ได้ มา แต่ จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่า เป็น การ โต้แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5808/2537

ธรรมเนียมปฏิบัติของชาวบ้านในท้องถิ่นที่เอื้อเฟื้อกันกรณีผู้ที่อยู่ในสวนที่ลึกจะต้องอาศัยเดินผ่านสวนของผู้อื่นออกไปสู่ภายนอกได้ การอนุญาตดังกล่าวเป็นการแสดงออกชัดโดยทางปฏิบัติของเจ้าของที่ดินเป็นการทั่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2537

เหตุผลที่ยกขึ้นฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ตรงกับที่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงต้องถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบและไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้