เนื้อความคำพิพากษา
คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองได้นั้น ต้องเป็นคดีพิพาทอันเนื่องมาจากการใช้อำนาจในทางปกครองหรือดำเนินกิจการทางปกครองของฝ่ายบริหารหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายปกครอง แต่โดยที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดโครงสร้างการบริหาร และการปกครองคณะสงฆ์ในประเทศไทยให้เป็นไปโดยเรียบร้อย เพื่อประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนา การดำเนินการตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินกิจการทางศาสนา มิใช่กิจการทางปกครอง และไม่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ ตามมาตรา 4 วรรคหนึ่ง (9)
การดำเนินการเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเจ้าอาวาสหรือการออกคำสั่งแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสจึงไม่ใช่การพิจารณาทางปกครองหรือคำสั่งทางปกครองตามนัยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่จะอยู่ในอำนาจการตรวจสอบของศาลปกครอง คดีนี้โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นพระภิกษุ สังกัดวัด บ. ฟ้องว่าได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นพระภิกษุ โดยจำเลยที่ 1 เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัด บ. จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าคณะตำบล จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าคณะอำเภอ จำเลยที่ 4 เป็นเจ้าคณะจังหวัด จำเลยที่ 5 เป็นรักษาการแทนเจ้าคณะภาค กระทำการที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 19 (พ.ศ. 2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส และฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ โดยการที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ดำเนินการเลือก และมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัด
บ. ซึ่งเป็นพระภิกษุนอกเขตปกครองของตนเอง ให้เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัด บ. จำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ ในฐานะผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัด บ. ทั้งยังปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสเกินกว่า 1 ปี ไม่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคม ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยที่ ๑ กระทำการใด ๆ ในฐานะรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัด บ. ให้โจทก์ทั้งสามร่วมกันดำเนินการและจัดกิจการต่าง ๆ ของวัด บ. จนกว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จะดำเนินการคัดเลือกเจ้าอาวาสและพิจารณาแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัด บ. โดยถูกต้องตามกฎหมาย และให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ทำหน้าที่เลือกเจ้าอาวาสในตำบลท่านั่ง - บางคลาน จากพระภิกษุที่มีคุณสมบัติ ตามข้อ 6 และข้อ 26 ของกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ แล้วให้จำเลยที่ 3 รายงานเสนอจำเลยที่ 4 เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง และหากพระภิกษุผู้นั้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ให้จำเลยที่ 3 รายงานเสนอจำเลยที่ 4 เพื่อให้จำเลยที่ 5 พิจารณาแต่งตั้งต่อไป ซึ่งเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการดำเนินกิจการทางศาสนา
มิใช่การใช้อำนาจหรือการดำเนินกิจการทางปกครองของเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายปกครอง จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบมาตรา 5 และมาตรา 4 วรรคหนึ่ง (9) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอื่น (ไม่มี -) - -