Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 701473)

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชน ยื่นฟ้อง นายอำเภอเมืองพะเยา ที่ 1 นาย จ. ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ระหว่างพิจารณา ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 สรุปข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินตามหลักฐานใบจอง (น.ส. 2 ก.) โดยรับมรดกมาจากสามี เมื่อยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดพะเยา ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเขต 1 (พะเยา) ได้คัดค้านการรังวัด อ้างว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีบางส่วนรุกล้ำเขตที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ได้คัดค้านการรังวัดการออกโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่า ที่ดินเดิมเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันเพื่อเป็นทางลงสู่กว๊านพะเยา เมื่อผู้ฟ้องคดีตรวจสอบพบว่าที่ดินแปลงนี้มิได้นำขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะตามกฎหมาย และไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง การที่ผู้ถ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชน ยื่นฟ้อง นายอำเภอเมืองพะเยา ที่ 1 นาย จ. ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี

ระหว่างพิจารณา ศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในส่วนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 สรุปข้อเท็จจริงตามคำฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ที่ดินตามหลักฐานใบจอง (น.ส. 2 ก.) โดยรับมรดกมาจากสามี เมื่อยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดพะเยา ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเขต 1 (พะเยา) ได้คัดค้านการรังวัด อ้างว่า ที่ดินของผู้ฟ้องคดีบางส่วนรุกล้ำเขตที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ได้คัดค้านการรังวัดการออกโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่า ที่ดินเดิมเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันเพื่อเป็นทางลงสู่กว๊านพะเยา เมื่อผู้ฟ้องคดีตรวจสอบพบว่าที่ดินแปลงนี้มิได้นำขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะตามกฎหมาย และไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง

การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 อ้างว่า ได้มีประชาคมหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 นั้น เป็นการดำเนินการหลังจากออกใบจองเป็นระยะเวลาหลายสิบปี การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เป็นการยึดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินตามหลักฐานใบจองของผู้ฟ้องคดีออกโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ปกครองท้องที่ ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 ลงนามให้การรับรองตั้งแต่ปี 2537 แล้วว่าไม่เป็นที่สาธารณะและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้จัดทำประกาศเรื่องการจับจองที่ดินปิดประกาศไว้แล้ว ที่ดินแปลงนี้จึงไม่เป็นที่สาธารณประโยชน์ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ที่ดินตามหลักฐานใบจอง (น.ส. 2 ก.)

อยู่ในความครอบครองของผู้ฟ้องคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย และมิใช่ที่สาธารณประโยชน์ และเพิกถอนการคัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การโดยสรุปว่า การออกใบจอง (น.ส. 2 ก.) ของผู้ฟ้องคดีเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพะเยาดำเนินการเพิกถอนใบจองที่ดินของผู้ฟ้องคดีแล้ว และเนื่องจากเป็นการขอออกโฉนดที่ดินโดยอาศัยใบจองซึ่งออกทับที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นที่ดินที่ห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน การคัดค้านการออกโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามบทนิยาม

"เจ้าหน้าที่ของรัฐ" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีเพื่อป้องกันมิให้มีการรังวัดสอบเขตที่ดินรุกล้ำที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นการกระทำเช่นเดียวกันกับการที่เอกชนโดยทั่วไปซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อป้องกันมิให้มีการรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของตน การคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้จึงไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าลักษณะเป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยอ้างว่าที่ดินบริเวณที่ผู้ฟ้องคดีนำรังวัดออกโฉนดที่ดินเดิมเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน กรณีจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
38/2565
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้