Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7018/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง กำหนดให้เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายเป็นรายปี ซึ่งคำว่า รายปี ย่อมมีความหมายว่า เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายปีละหนึ่งครั้งเพียงคราวเดียวโดยไม่ต้องคำนึงว่าป้ายได้ติดตั้งหรือแสดงไว้ในปีนั้นครบทั้งปีหรือไม่ ยกเว้นตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง ตอนท้าย ที่กำหนดว่าเฉพาะป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรกที่ให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปี ไม่ต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีแต่ให้คิดเป็นรายงวด งวดละสามเดือนของปี โดยเริ่มเสียภาษีป้ายตั้งแต่งวดที่ติดตั้งป้ายจนถึงงวดสุดท้ายของปี เท่านั้น โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายพิพาทเพิ่มเติมก่อนแจ้งการประเมิน จึงพอถือได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าของป้ายได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการภาษีป้ายให้ถูกต้องก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 25 (2)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และให้แก้การประเมินภาษีป้ายเป็นเงินภาษี 270,000 บาท และงดเงินเพิ่มด้วย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่อุทธรณ์โต้แย้งฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 โจทก์เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อเชฟโลเลต เมื่อเดือนมกราคม 2549 โจทก์ได้ติดตั้งป้ายโฆษณารถยนต์ยี่ห้อเชฟโลเลตบริเวณในเขตตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของจำเลย ในปี 2549 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายประจำปี พ.ศ.2549 และได้เสียภาษีป้ายพร้อมเงินเพิ่มตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่สำหรับป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นค่าภาษีป้าย 270,000 บาท และเงินเพิ่ม 27,000 บาท

รวม 297,000 บาท ในปี 2550 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายประจำปี พ.ศ.2550 แสดงป้ายกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย และแสดงป้ายอื่นที่มีขนาดเล็กกว่าอีกจำนวน 5 ป้าย และโจทก์ได้เสียภาษีป้ายตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่สำหรับป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย เป็นเงิน 540,000 บาท ในวันที่ 17 มีนาคม 2551 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายประจำปี พ.ศ.2551 แสดงป้ายขนาดเล็กจำนวนหลายป้าย โดยไม่ได้แสดงป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย ในวันที่ 10 เมษายน 2551 ป้ายของโจทก์ขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย

ถูกลมพายุพัดล้มเสียหายทั้งหมดจนไม่สามารถใช้งานได้ ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือเตือนแจ้งให้โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย จากนั้นในวันที่ 8 สิงหาคม 2551 โจทก์จึงได้มายื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย แต่ระบุในหมายเหตุว่า ป้ายล้ม สาเหตุเกิดจากพายุฤดูร้อนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2551 พร้อมทั้งได้รื้อถอนออกหมดตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2551 ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2551 จำเลยได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีป้ายให้โจทก์ชำระภาษีป้าย 540,000 บาท พร้อมเงินเพิ่มเนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้องร้อยละ 10 ของค่าภาษี เป็นจำนวน 54,000 บาท

รวม 594,000 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินดังกล่าวจึงอุทธรณ์การประเมิน ต่อมาโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า ป้ายของโจทก์ติดตั้งและเสียภาษีปีที่ผ่านมาแล้ว จึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะทำให้โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีเป็นรายปี ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ให้โจทก์เสียภาษีป้ายพร้อมเงินเพิ่มเป็นการถูกต้องแล้ว กรณีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีป้ายเป็นรายปีพร้อมเสียเงินเพิ่มชอบด้วยพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 หรือไม่

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง กำหนดให้เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายโดยเสียเป็นรายปี ซึ่งคำว่า รายปี ย่อมมีความหมายว่า เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายปีละหนึ่งครั้งเพียงคราวเดียว โดยไม่ต้องคำนึงว่าป้ายได้ติดตั้งหรือแสดงไว้ในปีนั้นครบทั้งปีหรือไม่ ยกเว้นตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 7 วรรคหนึ่งตอนท้าย ที่กำหนดว่าเฉพาะป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปีไม่ต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีแต่ให้คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละสามเดือนของปี โดยเริ่มเสียภาษีป้ายตั้งแต่งวดที่ติดตั้งป้ายจนถึงงวดสุดท้ายของปี

เท่านั้น ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าวหากพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มีเจตนารมณ์ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีป้ายในปีสุดท้ายเป็นรายปีด้วยก็คงต้องบัญญัติยกเว้นไว้ให้ชัดเจนเหมือนดังเช่นในกรณีการติดตั้งหรือแสดงป้ายในปีแรก ประกอบกับในมาตรา 14 ทวิ วรรคสอง กำหนดให้การติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิมและมีพื้นที่ ข้อความ ภาพ และเครื่องหมายอย่างเดียวกับป้ายเดิมที่ได้เสียภาษีป้ายแล้วตามมาตรา 14 (2) ให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะปีที่ติดตั้งหรือแสดงป้าย ยิ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้จัดเก็บภาษีป้ายเป็นรายปี จึงได้ยกเว้นไม่เก็บภาษีป้ายสำหรับการติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิมเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษี

เพราะมิฉะนั้นแล้วเจ้าของป้ายก็ต้องเสียภาษีป้ายสำหรับป้ายเดิมทั้งปีและยังต้องเสียภาษีสำหรับป้ายใหม่เป็นรายงวดซ้ำซ้อนอีกกฎหมายจึงบัญญัติยกเว้นไว้ ประกอบกับถ้ามีการตีความว่าการจัดเก็บภาษีป้ายสำหรับป้ายในปีสุดท้ายไม่ต้องจัดเก็บเป็นรายปีแล้ว หากเกิดกรณีมีการติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิมก็จะทำให้จัดเก็บภาษีป้ายเดิมได้เพียงเท่าที่ใช้ประโยชน์ ทั้งไม่อาจเรียกเก็บภาษีสำหรับป้ายใหม่ที่ติดตั้งหรือแสดงไว้แทนป้ายเดิมได้อีกอาจได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 14 ทวิ วรรคสอง ทำให้เป็นช่องทางให้เกิดการหลีกเลี่ยงภาษีอันอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการจัดเก็บภาษีป้ายได้ ดังนั้น การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินให้โจทก์เสียภาษีป้ายสำหรับป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร

ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย ที่ติดตั้งหรือแสดงไว้จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2551 ต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีชอบด้วยพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง แล้ว แต่อย่างไรก็ตามแม้โจทก์จะยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2551 โดยแสดงป้ายไว้หลายป้ายโดยไม่แสดงรายการสำหรับป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย ทั้งที่ในเวลาที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายนั้น ป้ายทั้งสองป้ายดังกล่าวยังไม่ได้ถูกทำลายให้เสียหายแต่อย่างใด อันถือเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้องมาแต่ต้น ทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีป้ายลดน้อยลงก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2551 โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายประจำปี

พ.ศ.2551 สำหรับป้ายขนาดกว้าง 1,500 เซนติเมตร ยาว 4,500 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย และระบุในหมายเหตุว่า ป้ายล้ม สาเหตุเกิดจากพายุฤดูร้อนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2551 ก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้มีหนังสือแจ้งการประเมินไปยังโจทก์ จึงพอถือได้ว่าเป็นข้อยกเว้นที่โจทก์เจ้าของป้ายได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการภาษีป้ายให้ถูกต้องก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้มีหนังสือแจ้งการประเมิน จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 25 (2) การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 25 (2) จึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยให้โจทก์ต้องรับผิดในส่วนเงินเพิ่มมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์เฉพาะในส่วนเงินเพิ่ม ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ชาลี ทัพภวิมล
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นางสุพัตรา สืบสม อนันตพงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.1/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ328/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ203/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้