คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินซึ่อยู่ติดต่อกับที่ดินจำเลยที่ ๒,๓ โจทก์ประสงค์จะแบ่งแยกโฉนดเพื่อขายใช้หนี้จำนอง ๓๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ในฐานะส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของจำเลยที่ ๒,๓ รู้อยู่แล้วว่าโจทก์จะขายที่ดินเอาเงินชำระหนี้ มิฉะนั้นจะต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น กลับแกล้งโต้แย้งเขตที่ดินรวมสองครั้ง โจทก์เสียหายค่ารังวัดสองคราว ๒๕๕.๓๗ บาท กับดอกเบี้ยจำนวง ๓,๕๐๐ บ. ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยถือเขตตามแผนที่หลังโฉนด และใช้ค่าเสียหาย จำเลยว่าคัดค้านการรังวัดเพราะโจทก์นำรังวัดรุกล้ำที่จำเลย ๆ ไม่เคยทราบเรื่องโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ย จำเลยคัดค้านตามสิทธิจึงไม่ต้องใช้ค่ารังวัดหรือดอกเบี้ยเพราะเป็นค่าเสียหายห่างไกล
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ภายในเส้นสีแดงในแผนที่พิพาทเป็นของโจทก์ ใ้หจำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๓๗๕๕.๓๗ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าแนวเขตที่ดินโจทก์ตามที่ศาลล่างฟังต้องกันมานั้นถูกแล้ว ส่วนเรื่องค่าเสียหายนั้นเห็นว่าจำเลยไปคัดค้านครั้งแรกแล้วขอรอสอบเขตก่อน แต่จำเลยไม่จัดการอย่างไร เมื่อรังวัดใหม่จำเลยก็คัดค้านอีก เป็นการกระทำซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายในการรังวัดนั้นศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยควรรับผิดชอบชดใช้เฉพาะการรังวัดครั้งหลังเป็นเงิน ๑๑๐ บาทเท่านั้น ส่วนเรื่องดอกเบี้ยจำนองเห็นว่าโจทก์ละเลยไม่บอกกล่าวให้จำเลยรู้ถึงความเสียหายอันผิดปกติซึ่งจำเลยไม่อาจจะรู้ได้เช่นนี้ นับเป็นความผิดของโจทก์ประกอบอยู่ด้วยตาม ป.พ.พ. ม.๔๔๒,๒๒๓ ศาลฎีกาจึงกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บ.
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้ว่าให้จำเลยใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น ๒,๑๑๐ บาท.