Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะที่มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมจำเลยกับทีมบริษัทอื่นซึ่งจำเลยจัดให้มีขึ้นเป็นกิจกรรมพิเศษนอกเวลาทำงานตามปกติ โจทก์ดื่มสุราจนเมาได้เข้าไปท้าพนันกับ อ.รองประธานกรรมการบริษัทจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ เมื่อทีมจำเลยชนะโจทก์จึงไปทวงสุราจาก อ.และยื้อยุดฉุดมืออ.ที่ประรำพิธีทำให้ อ.นิ้วมือเคล็ด ดังนี้ เป็นเรื่องที่โจทก์มิได้มีเจตนาทำร้ายร่างกาย อ.แม้จะเป็นการกระทำที่ไม่สมควรก็ตามแต่ก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้กระทำผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ห้ามมิให้ทำร้ายต่อผู้บังคับบัญชาจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้โจทก์.(ที่มา-เนติ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยกล่าวหาว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยดื่มสุราในเวลาทำงาน เลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งโจทก์ไม่มีความผิด จึงต้องจ่ายเงินบำเหน็จและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โจทก์ด้วย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวให้โจทก์

จำเลยให้การว่า วันเกิดเหตุซึ่งเป็นวันทำงานตามปกติ จำเลยได้จัดกิจกรรมพิเศษระหว่างเวลาทำงาน โดยจัดแข่งขันฟุตบอลที่สนามกีฬาหัวหมากขณะที่กำลังแข่งขัน โจทก์ดื่มสุราเมาครองสติไม่ได้ และได้เข้ายื้อยุดกรรมการของจำเลยผู้หนึ่งจนได้รับบาดเจ็บ เป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับหรือคำสั่งของจำเลย จำเลยจึงเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินตามที่โจทก์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 26,520 บาทคำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า 'ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การที่จะเป็นความผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 42.1 จะต้องเป็นการทำร้ายผู้บังคับบัญชาโดยเจตนา ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมายังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้กระทำความผิดตามข้อบังคับดังกล่าว นั้น

พิเคราะห์แล้ว ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย หมวด 10 ว่าด้วยมาตรการโทษทางวินัย ข้อ 42.1 ระบุว่า โทษถูกไล่ออกคือ โดยทุจริตปฏิบัติผิดหน้าที่ของตนหรือกระทำความผิดกฎหมายอาญาต่อบริษัท หรือผู้บังคับบัญชาโดยเจตนา...ฯลฯ...ทำร้ายร่างกายต่อผู้บังคับบัญชาฯลฯ ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาได้ความว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2529 จำเลยได้จัดให้มีกิจกรรมพิเศษโดยแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมจำเลยกับทีมของบริษัทสิทธิผลมอเตอร์จำกัด ระหว่างการแข่งขันดังกล่าวซึ่งอยู่นอกเวลาทำงานตามปกติ โจทก์ดื่มสุราจนเมา ได้เข้าไปท้าพนันกับนายอีนูไก รองประธานกรรมการบริษัทจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ว่า ถ้าทีมของจำเลยชนะ นายอีนูไกจะต้องให้สุราแก่โจทก์ 1 ขวด

เมื่อทีมจำเลยชนะ โจทก์จึงไปทวงสุราจากนายอีนูไก และยื้อยุดฉุดมือนายอีนูไก ที่ปะรำพิธี ทำให้นายอีนูไกนิ้วมือเคล็ด ดังนี้เห็นว่าตามข้อเท็จจริงที่ได้ความดังกล่าว เป็นเรื่องโจทก์มิได้มีเจตนาทำร้ายร่างกายนายอีนูไก แม้จะเป็นการกระทำที่ไม่สมควรก็ตาม แต่ก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้กระทำความผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 42.1 ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 และระเบียบข้อบังคับว่าด้วยเงินบำเหน็จของจำเลยนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้านั้น กรณีจะต้องปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำการดังที่ระบุไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 แต่ตามข้อเท็จจริงที่ได้ความดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ยังไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าจำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ ส่วนในเรื่องเงินบำเหน็จนั้น ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยเงินบำเหน็จของจำเลย ได้ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงินบำเหน็จไว้ว่า ข้อ 4.1บริษัทจะไม่จ่ายเงินบำเหน็จแก่พนักงานดังนี้ ก. ลาออกไม่ถูกต้องตามระเบียบ ข. ถูกปลดออก และตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยดังกล่าวได้ให้นิยามของคำว่า

'ปลดออก' ไว้ว่าหมายถึง บริษัทเลิกจ้างโดยที่พนักงานผู้นั้นกระทำผิดระเบียบของบริษัทฯ ตามข้อ 42 หมวดที่ 10 ของระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของพนักงาน' เมื่อกรณีของโจทก์ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 42.1 ดังได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น กรณีจึงมิใช่เป็นการ 'ปลดออก' อันเป็นข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยเงินบำเหน็จของจำเลยข้อ 4.1 จำเลยจึงต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์เป็นเงิน 27,560 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่คู่ความแถลงรับกันตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 3 กรกฎาคม2529 อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 4,420 บาท และเงินบำเหน็จจำนวน 27,560 บาท ให้แก่โจทก์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6609/2561

การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4110/2561

โจทก์เป็นผู้จัดการแผนกคลังสินค้ามีหน้าที่จัดทำเอกสารใบควบคุมการส่งสินค้าเพื่อจ่ายสินค้า ออกจากคลังสินค้าและจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ก่อนนำสินค้าขึ้นรถขนส่งจะต้องมีการตรวจสอบรายการสินค้าให้ครบถ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้