เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้เอกชนยื่นฟ้อง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ 1 บริษัท ก. จำกัด ที่ 2 นายส. ที่ 3 จำเลย ความว่า โจทก์เป็นมารดาของผู้ตาย ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์กลับจากการทำงานตามปกติผ่านถนนเส้นหลักภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซึ่งเป็นถนนปูนกว้าง 4 ช่องเดินรถ แบ่งเป็นช่องเดินรถสวนทาง 2 ช่องเดินรถและไม่มีเกาะกลาง จากถนนสุขุมวิทสายเก่ามุ่งหน้าบ้านพักท้ายตลาดนิคมอุตสาหกรรมบางปู ผู้ตายใช้ความเร็วประมาณ 30 ถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขับถึงที่เกิดเหตุมีหลุมขนาดใหญ่กว้างประมาณ 30 ถึง 50 เซนติเมตร ลึกประมาณ 7 ถึง 10 เซนติเมตร ซึ่งเกิดจากการสึกกร่อนของผิวจราจรไม่ได้มาตรฐานหรือขาดการบำรุงรักษา เป็นเหตุให้ล้อหน้าของรถจักรยานยนต์ตกหลุมพลิกคว่ำจนผู้ตายล้มลงไถลตามแรงเหวี่ยงของรถจักรยานยนต์
ขณะเดียวกันจำเลยที่ 3 ขับรถยนต์กระบะมาในช่องเดินรถสวนทางด้วยความเร็วสูงจึงเฉี่ยวชนผู้ตายได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตาย เนื่องจากถนนที่อยู่ในความครอบครองดูแลของจำเลยที่ 1 ผิวถนนชำรุดบกพร่อง จำเลยที่ 1 มีหน้าที่บำรุงรักษาและซ่อมแซมมิให้ถนนชำรุดบกพร่อง จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมและมีหน้าที่บำรุงรักษาซ่อมแซมผิวถนนให้ใช้การตามปกติ แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กลับปล่อยปละละเลยไม่ดูแลรักษาซ่อมแซมผิวถนนบริเวณที่เกิดเหตุจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ก่อให้เกิดอันตราย ผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากทำละเมิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิด
แม้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำเลยที่ 1 เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมจัดตั้งขึ้นตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่หน้าที่ในการดูแลปรับปรุงรักษาและซ่อมแซมถนนภายในนิคมอุตสาหกรรม เป็นหน้าที่ทั่วไปของนิคมอุตสาหกรรมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เช่า ผู้ซื้อ หรือผู้ใช้อสังหาริมทรัพย์ หรือดำเนินธุรกิจในเขตนิคมอุตสาหกรรม ไม่ใช่หน้าที่ที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ และหากไม่ปฏิบัติแล้วจะถือว่าเป็นการละเลยต่อหน้าที่ในทางปกครองตามนัยของมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3)
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คำฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1 จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ทั้งเมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเอกชนที่ถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดกับจำเลยที่ 1 คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -