Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7028/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 326 และมาตรา 328 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 และทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดดังกล่าวเป็นอันระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ที่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา มี พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 ยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไป และไม่ปรากฏว่า พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 บัญญัติให้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องรับผิดเป็นตัวการในความผิดอันเกี่ยวด้วยหนังสือพิมพ์อีก ฉะนั้น การกระทำของจำเลยที่ 2 ซึ่งเดิมเป็นความผิดเพราะมีฐานะเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จึงไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง แต่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยังมีความผิดฐานนี้เป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ จึงต้องกำหนดโทษเสียใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328, 83, 90, 91, 50 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 48 และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันลงพิมพ์โฆษณาคำพิพากษาของศาลทั้งหมดครึ่งหน้าในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ แนวหน้า มติชน ข่าวสด เป็นเวลา 15 วัน ติดต่อกัน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา และสั่งห้ามจำเลยทั้งสามประกอบอาชีพเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษตามคำพิพากษา และนับโทษต่อจากคดีที่ระบุไว้ท้ายคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 136, 326 ประกอบมาตรา 328 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 48 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบ มาตรา 328 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 50,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้จำคุกคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 50,000 บาท คดีไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับการทำงานของจำเลยในบางกรณีก็เป็นประโยชน์แก่สังคม จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 และที่ 3 กลับตัวและระมัดระวังในการลงข่าวเขียนข่าวต่อไป

โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับ และหากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสามโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อเป็นใจความพอเข้าใจได้ในหนังสือข่าวสดของจำเลยที่1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และหนังสือพิมพ์มติชนติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสาม สำหรับคำขอให้นับโทษต่อนั้น เมื่อศาลลงโทษปรับจำเลยที่ 1 และรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีโทษที่จะนับต่อ และคำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องว่า "เนื่องด้วยโจทก์และบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) บริษัทข่าวสด จำเลย ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว โจทก์จึงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อีกต่อไป ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง โจทก์และบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) บริษัทข่าวสด จำกัด และจำเลยที่โจทก์ถอนฟ้องคดีนี้ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งใด ๆ ต่อกันอีกต่อไป" ส่วนจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอถอนคำฟ้องอุทธรณ์ว่า "เนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสามตกลงกันได้แล้ว โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสามไม่คัดค้าน นอกจากนี้ จำเลยทั้งสามยังมีความประสงค์ขอถอนฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามอีกด้วย" ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า "

พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องอุทธรณ์และอนุญาตให้จำเลยทั้งสามถอนอุทธรณ์ได้ จำหน่ายคดี"

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องอุทธรณ์โดยมิได้อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องในความผิดที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดอันเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์มีสิทธิถอนฟ้องได้ก่อนคดีถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 และทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดดังกล่าวเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ที่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

ได้มีพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 ยกเลิกพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไป และไม่ปรากฏว่าพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550 บัญญัติให้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องรับผิดเป็นตัวการในความผิดอันเกี่ยวด้วยหนังสือพิมพ์อีก ฉะนั้น การกระทำของจำเลยที่ 2 ซึ่งเดิมเป็นความผิดเพราะมีฐานะเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จึงไม่เป็นความผิดอีกต่อไป จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง แต่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ซึ่งเป็นบทเบาและความผิดฐานนี้เป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ จึงต้องกำหนดโทษเสียใหม่ ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์พอแปลได้ว่าโจทก์มีความประสงค์ที่จะถอนฟ้องอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 136 ปรับจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 1,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ต้องโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องในส่วนของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 และอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องอุทธรณ์ในส่วนของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำสั่งศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ วายุภาพ · ธนัท วิรบุตร์ · พิชัย อภิชาตอำมฤต
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้