Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7032/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายทั้งสามไม่ได้ฎีกาขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่การพิพากษาในคดีส่วนแพ่ง ศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ศาลฎีกาจึงต้องมีคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งด้วย และที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี โดยวินิจฉัยว่าการใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนในคดีนี้ไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลย และให้ส่งตัวจำเลยไปจำคุกในเรือนจำ มีกำหนด 2 ปี นั้น เห็นว่า ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจกระทำได้จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เนื่องจากจำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลฎีกาจึงไม่อาจกำหนดโทษจำเลยให้สูงกว่าโทษที่ศาลชั้นต้นพิพากษา เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย โดยที่โจทก์มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายทั้งสามยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่กายจากการกระทำของจำเลย แก่ผู้ร้องทั้งสามคนละ 10,000 บาท

จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 17 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุก 5 ปี จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดทุ่งสงให้ลงโทษจำคุกและพ้นโทษจำคุกมาแล้ว การใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนในคดีนี้จึงไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลย ให้ส่งตัวจำเลยไปจำคุกในเรือนจำ มีกำหนด 2 ปี กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องทั้งสามเป็นเงินคนละ 10,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับให้ยกฟ้อง และยกคำร้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายใช้อาวุธมีดฟันนายโกสิทธิ์ ผู้เสียหายที่ 1 มีบาดแผลฉีกขาดขอบเรียบยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ที่แขนซ้ายลึกถึงกล้ามเนื้อ กระดูกแขนด้านนิ้วก้อยหัก นายเอนกพงศ์ ผู้เสียหายที่ 2 มีบาดแผลฉีกขาดขอบเรียบที่ศีรษะยาวประมาณ 6 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลก มีแผลฉีกขาดที่ข้อนิ้วกลางมือซ้าย นายวรวุฒิ ผู้เสียหายที่ 3 มีบาดแผลฉีกขาด ขนาด 8 เซนติเมตร และขนาด 15 เซนติเมตร ที่บริเวณหลัง แผลฉีกขาดลึกถึงกล้ามเนื้อ ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่

เห็นว่า ตัวจำเลยเองเบิกความยอมรับว่า รู้จักกับนายโชคดีมาก่อน ขณะเกิดเหตุวัยรุ่น 2 กลุ่ม ทะเลาะวิวาทกับฝ่ายผู้เสียหายประมาณ 10 คน ฝ่ายจำเลยก็ประมาณ 10 คน ผู้เสียหายทั้งสามไม่รู้จักจำเลยมาก่อน แต่นายโชคดีกับจำเลยรู้จักกันมาก่อน จึงเป็นไปได้ว่าในคำให้การผู้เสียหายครั้งแรก ผู้เสียหายทั้งสามไม่ได้กล่าวถึงจำเลย อย่างไรก็ดีนายโชคดีซึ่งรู้จักจำเลยระบุชื่อจำเลยว่าร่วมอยู่ด้วยในกลุ่มคนร้ายตั้งแต่ให้การครั้งแรก ต่อมาผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ดูภาพถ่ายจำเลยจึงให้การเพิ่มเติมว่าจำเลยร่วมอยู่ในกลุ่มคนร้าย มีเพียงผู้เสียหายที่ 2 ที่ให้การว่ารับฟังมาจากนายโชคดี ในชั้นพิจารณาผู้เสียหายทั้งสามและนายโชคดีเบิกความยืนยันว่าจำเลยร่วมเป็นคนร้าย

น่าเชื่อว่าผู้เสียหายทั้งสามและนายโชคดีเบิกความไปตามสัตย์จริง คำให้การชั้นสอบสวนครั้งแรกของนายโชคดีที่ไม่สังเกตว่าจำเลยถืออาวุธมีดหรือไม่ และของผู้เสียหายที่ 2 ครั้งเพิ่มเติมที่ว่ารับฟังจากนายโชคดีเป็นเพียงพลความ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบหนักแน่นรับฟังได้ว่าจำเลยร่วมเป็นคนร้ายคดีนี้ จำเลยนำสืบว่าอยู่ในเหตุการณ์ นายพลวัฒน์เป็นเพื่อนของจำเลย พยานหลักฐานของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อน่าสงสัยตามสมควรว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดหรือไม่ ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง ผู้เสียหายทั้งสามไม่ได้ฎีกาขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่การพิพากษาในคดีส่วนแพ่ง ศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ศาลฎีกาจึงต้องมีคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งด้วย และที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี โดยวินิจฉัยว่าการใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนในคดีนี้ไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลย และให้ส่งตัวจำเลยไปจำคุกในเรือนจำ มีกำหนด 2 ปี นั้น เห็นว่า ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจกระทำได้จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เนื่องจากจำเลยอุทธรณ์ฝ่ายเดียว ศาลฎีกาจึงไม่อาจกำหนดโทษจำเลยให้สูงกว่าโทษที่ศาลชั้นต้นพิพากษา เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย โดยที่โจทก์มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิรนิติ หะวานนท์ · พิศล พิรุณ · กฤษณี เยพิทักษ์
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายกมล บัวแก้ว
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเพิ่มศักดิ์ สายสีทอง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยชอ.7/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ811/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ494/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้