Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 704/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทราบคำสั่งของศาลแล้วโจทก์เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามที่ศาลกำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) การทิ้งฟ้องนั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติให้คืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์ เหมือนอย่างกรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้อง หรือถอนฟ้อง หรือยอมความกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำแถลงของจำเลยว่า โจทก์ทราบคำสั่งของศาลโดยชอบแล้ว แต่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีโดยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 มกราคม 2522 โดยแจ้งชัดว่า ให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามทุนทรัพย์ คือค่าภาษีการค้า 1,318,984.56 บาทและค่าปรับอีก 3,383,638.48 บาทภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สั่งซึ่งโจทก์ได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณานั้นแล้วต่อมาโจทก์ยังได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2522 และ 17 เมษายน 2522 ขอเลื่อนกำหนดเวลาการชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มออกไปอีกครั้งละ15 วัน ซึ่งศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ทั้งสองครั้ง ในการขอเลื่อนครั้งสุดท้ายคือวันที่ 17 เมษายน 2522 นั้น

โจทก์ได้หมายเหตุไว้ในท้ายคำร้องว่า ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ซึ่งศาลก็ได้มีคำสั่งอนุญาตไว้ในวันเดียวกับที่โจทก์ยื่นคำร้องนั้นเอง ฉะนั้นจึงต้องถือว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว การที่โจทก์เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มตามที่ศาลกำหนด จึงถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ศาลล่างทั้งสองจำหน่ายคดีชอบแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่า ทุนทรัพย์ในคดีนี้ยังไม่แน่นอนโดยศาลแพ่งยังมิได้กำหนดทุนทรัพย์นั้นฟังไม่ขึ้น เพราะศาลแพ่งได้กำหนดทุนทรัพย์ที่โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 มกราคม2522 โดยแจ้งชัดแล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นเป็นพับ เป็นการไม่ชอบนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเช่นนั้นเป็นผลดีแก่โจทก์อยู่แล้ว เพราะเท่ากับเป็นการสั่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าโจทก์ไม่ต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยนั่นเอง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าศาลควรคืนค่าฤชาธรรมเนียมให้โจทก์ ซึ่งโจทก์คงจะหมายถึงว่าควรคืนค่าธรรมเนียมฟ้องหรือค่าขึ้นศาล 42,295 บาท ที่โจทก์เสียไว้ตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 19 เมษายน 2521 ให้โจทก์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีทิ้งฟ้องนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้คืนค่าขึ้นศาลให้แก่โจทก์เหมือนอย่างกรณีที่ศาลไม่รับคำฟ้อง หรือถอนฟ้อง หรือยอมความกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองไม่คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่โจทก์เสียไว้แล้วเป็นเงิน 42,295 บาทให้แก่โจทก์ในกรณีที่โจทก์ทิ้งฟ้องนั้น จึงเป็นการชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2549

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 2 ฉบับ ซึ่งจำเลยใช้เป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินรวมกันมา กับให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์ที่จำนองซึ่งโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3612/2538

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา182จะให้ศาลกำหนดวันชี้สองสถานโดยแจ้งให้คู่ความทราบแต่เมื่อศาลมีคำสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำส่งหมายนัดโดยสั่งในวันที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้สั่งว่าจำเลยที่1ขาดนัดยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3601/2530

ศาลชั้นต้นนัดชี้สองสถานแล้วจึงพบเห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องรวมกันมาทั้ง ๆ ที่แต่ละคนสามารถฟ้องได้โดยลำพัง น่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมศาลจึงกำหนดเวลาให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้อง เป็นคำสั่งต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2567

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะเพราะเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้เงินหรือไม่ และขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 662542)

แม้ตามสัญญาข้อ 19 คู่สัญญาได้แสดงเจตนาไว้ชัดแจ้งว่าถ้าจำเลยทั้งสองส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จจำเลยทั้งสองยอมให้โจทก์ดำเนินการปรับเป็น รายวัน วันละ 1,939.50 บาท ก็ตาม แต่เงินค่าปรับ ในกรณีที่จำเลยท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้