Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นายหน้าที่จะได้รับบำเหน็จหรือค่านายหน้านั้น ในเบื้องต้นจะต้องมีสัญญาต่อกันโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยาย ฉะนั้น ผู้ใดจะอ้างตนเป็นนายหน้าฝ่ายเดียวเรียกร้องเอาค่าบำเหน็จโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีสัญญาด้วยแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย นั้น จึงหามีกฎหมายสนับสนุนให้เรียกร้องได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้า ๓๘๑,๒๘๖.๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโดยกล่าวในฟ้องว่า บริษัท คอลเกต ปาล์โอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินของจำเลยโดยโจทก์เป็นผู้ชี้ช่องและจัดการในฐานะเป็นนายหน้า โจทก์ติดต่อขอรับเงินค่านายหน้าต่อจำเลย จำเลยกลับเพิกเฉยเสีย ต่อมาจำเลยปฏิเสธไม่ยอมจ่าย ขอให้ศาลบังคับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่าย และพิพากษาว่า โจทก์กับจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานจนสิ้นกระแสความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า บุคคลที่จะต้องรับผิดให้ค่าบำเหน็จนายหน้าแก่ผู้ใดก็ต่อเมื่อได้ตกลงกันไว้กับผู้นั้นโดยชัดแจ้งประการหนึ่ง หรือถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้โดยชัดแจ้งก็จะต้องรับผิดต่อเมื่อกิจการอันได้มอบหมายแก่ผู้นั้น เป็นที่คาดหมายได้ว่า ผู้นั้นย่อมทำให้ก็แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จเท่านั้น ถ้าไม่มีการตกลงกันหรือไม่มีการมอบหมายกิจการ แก่กัน ก็ไม่จำต้องให้ค่าบำเหน็จนายหน้า กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ นายหน้าที่จะได้รับบำเหน็จหรือค่านายหน้า นั้น ในเบื้องต้นจะต้องมีสัญญาต่อกัน โดยชัดแจ้งตามมาตรา ๘๔๕ หรือมีสัญญาต่อกันโดยปริยาย ตามมาตรา ๘๔๖ ผู้ใดจะอ้างตนเป็นนายหน้าฝ่ายเดียว เรียกร้องเอาค่าบำเหน็จโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีสัญญาด้วยแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย

นั้น จึงหามีกฎหมายสนับสนุนให้เรียกร้องได้ไม่ ฉะนั้น ไม่ว่าบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เช่นโจทก์นี้ จะหาประโยชน์จากการเป็นนายหน้าเป็นปกติธุระหรือไม่ก็ตาม หากต้องการประโยชน์คือบำเหน็จค่านายหน้าจากผู้ใด จะต้องมีสัญญากับผู้นั้นโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย อย่างใดอย่างหนึ่งด้วย จะกระทำไปฝ่ายเดียวโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ตกลงรับรู้ด้วยอย่างใดแล้วมาอ้างว่าเป็นนายหน้าเรียกร้อง เอาบำเหน็จย่อมไม่ได้อยู่เอง ในคดีนี้ ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์ตั้งเป็นข้อหามาเป็นกรณีที่โจทก์กระทำไปแต่ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายหนึ่ง คือ จำเลยมิได้ตกลงรับรู้ด้วยไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายอย่างใด การที่โจทก์อ้างว่าการซื้อขายที่ดินในประเทศไทยเท่าที่ปฏิบัติกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เป็นที่คาดหมายได้โดยพฤติการณ์ว่าย่อม ำให้แต่เพื่อจะเอาบำเหน็จนายหน้า จึงถือว่า ตกลงกันโดยปริยาย มาตรา ๘๔๖ นั้นก็หาใช่ไม่ เพราะตกลงโดยปริยายตามมาตรานี้ หมายถึงกรณีที่มีการมอบหมายให้เป็นนายหน้าแล้ว ไม่ใช่กรณีที่ยังไม่มีการมอบหมายให้เป็นนายหน้า

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
การุณย์นราทร · สนิท สุมาวงศ์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเวท ชพานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554427)

คำฟ้องของโจทก์ทั้งหมดบรรยายว่า โจทก์ทั้งหมดมีสิทธิได้รับการปรับอัตราค่าจ้างและได้รับบำเหน็จในส่วนที่ขาดตามมติคณะรัฐมนตรีและบันทึกข้อตกลงซึ่งเป็นสภาพแห่งข้อหา โดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5604/2548

ตามสัญญานายหน้าจำเลยตกลงจ่ายค่านายหน้าให้แก่โจทก์ไว้ 2 กรณี ในกรณีแรก ตามสัญญาข้อ 3 ถ้าโจทก์ชี้ช่องให้จำเลยขายอาคารพาณิชย์ได้ในราคาไม่ต่ำกว่าห้องละ 6,500,000 บาท จำเลยทั้งสองตกลงจ่ายค่านายหน้าห้องละ 3…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2540

สัญญานายหน้าจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการตกลงกันระหว่างบุคคลที่ประสงค์จะทำสัญญากับบุคคลที่จะทำหน้าที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาหรือจัดการให้ได้ทำสัญญาที่เรียกว่านายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา845และม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9213/2539

จำเลยทั้งห้ากล่าวในคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า ขอความกรุณาศาลขยายระยะเวลายื่นฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับออกไปมีกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดยื่นฎีกา ทั้งนี้เพื่อประโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2538

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้จัดการมรดกของ ล.เป็นโมฆะนั้น ตามกฎหมายคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีจะถูกศาลพิพากษาเป็นโมฆะไม่ได้ เว้นแต่จะถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสียโดยคำพิพากษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้