Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกฎหมายกำหนดให้ทำได้หลายวิธีด้วยกัน แต่เมื่อคู่สัญญากำหนดจะทำกันโดยวิธีทำเป็นหนังสือ ก็ต้องเป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา ตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งเป็นสัญญาฉบับแรกระบุไว้ว่า สัญญาดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อยุติในการซื้อขายจนกว่าจะได้ทำสัญญามีเงื่อนไขตรงกับความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายดังนั้น เอกสารหมาย จ.1 จึงนับว่ายังมิได้มีสัญญาผูกพันเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายพิพาทต่อกัน การที่จำเลยนำที่ดินพิพาทส่วนใหญ่ไปขายให้แก่ผู้อื่นหลังจากนั้น แสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์จะทำสัญญาจะซื้อขาย กับโจทก์ต่อไปตามที่เคยตกลงไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิอย่างใดที่จะยึดเงินมัดจำของโจทก์.ที่มอบให้จำเลยไว้ โจทก์มีสิทธิเรียกเงินจำนวนนี้คืนจากจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์เป็นเงินหนึ่งล้านบาทเศษ โจทก์ชำระเงินให้จำเลยรับไว้ 180,000 บาท ต่อมาได้เลื่อนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันหลายครั้ง และต่อมาจำเลยขายที่ดินพิพาทให้คนอื่น จึงขอให้จำเลยคืนเงิน 180,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยได้ตกลงซื้อขายที่ดินกันจริง แต่จำเลยรับมัดจำเพียง 100,000 บาท โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิริบมัดจำศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงิน 185,250 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยตกลงจะขายที่ดินให้โจทก์ ทำสัญญากันตามเอกสารหมาย จ.1 โจทก์วางมัดจำ100,000 บาทในวันทำสัญญาจะไปทำสัญญาซื้อขายกันภายหลัง

โจทก์จำเลยตกลงเลื่อนกำหนดทำสัญญาซื้อขายที่ดินหลายครั้งเพราะไม่ตกลงกันในข้อความในสัญญา ต่อมาจำเลยขายที่ดินให้คนอื่นพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าแม้การทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกฎหมายกำหนดให้ทำได้หลายวิธีด้วยกัน แต่เมื่อคู่สัญญากำหนดจะทำกันโดยวิธีทำเป็นหนังสือให้มีข้อตกลงทุกข้อตามความประสงค์ของคู่สัญญา ก็ต้องเป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญา จะนำวิธีอื่นมาวินิจฉัยว่าเป็นข้อตกลงจะซื้อจะขายกันแล้วโดยบริบูรณ์ได้ไม่ เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งเป็นสัญญาฉบับแรกที่โจทก์จำเลยทำต่อกันระบุไว้ความว่า สัญญาดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อยุติในการซื้อขาย จนกว่าจะได้ทำสัญญาที่มีเงื่อนไขตามเจตนาที่ตรงกับความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายให้ถูกต้องและใช้เป็นผลบังคับตามกฎหมายได้สมบูรณ์ ซึ่งจะได้ทำขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2518ต่อมาโจทก์จำเลยเลื่อนกำหนดทำสัญญาที่ตกลงจะทำภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2518 หลายครั้ง ตามเอกสารหมาย

จ.2 และ จ.3 ทั้งเมื่อโจทก์แจ้งให้จำเลยร่างสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่จะทำต่อกัน จำเลยก็ร่างและส่งไปให้โจทก์โดยระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นร่างสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามเอกสารหมาย จ.6 ดังนั้น ข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.1จึงนับว่ายังมิได้มีสัญญาผูกพันเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรายพิพาทต่อกัน การที่จำเลยนำที่ดินพิพาทส่วนใหญ่ไปขายให้แก่ผู้อื่นหลังจากนั้นแสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์จะทำสัญญาจะซื้อขายกับโจทก์ต่อไปตามที่เคยตกลงไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิอย่างใดที่จะยึดเงินมัดจำของโจทก์ที่มอบให้จำเลยไว้ โจทก์มีสิทธิเรียกเงินจำนวนนี้คืนจากจำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · กุศล บุญยืน · บรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3806/2549

ข้อตกลงที่โจทก์จำเลยกำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงและสัญญารับดำเนินการก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ต่อกันระหว่างคู่สัญญากำหนดให้ทรัพย์สินต่าง ๆ ตามที่ระบุในบันทึกข้อตกลง ตกเป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้ร้อง โดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7705/2544

ข้อความตามแผ่นปลิวโฆษณาเชิญชวนให้ซื้อรถยนต์ของจำเลยมีว่า "จองวันนี้รับฟรีโทรศัพท์มือถือ โทรฟรีทั่วไทย บี.เอ็ม.ดับบลิว/เปอร์โยต์ ลักกี้เดย์ ทุกรุ่นทุกแบบผ่อนฟรีไม่มีดอกเบี้ย แถมประกันภัยชั้น 1 ฟรี" ถือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2544

ม. ไถ่ที่ดินจากจำเลยภายในกำหนดในสัญญาขายฝากแล้วแม้จะไม่ได้จดทะเบียนไถ่การขายฝาก ก็เป็นเพียงทำให้การกลับคืนมาซึ่งทรัพย์สิทธิยังไม่บริบูรณ์เท่านั้น แต่ใช้ยันกันได้ระหว่าง ม. กับจำเลย เมื่อโจทก์เป็นผู้จั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 696/2544

ก่อนที่มีการประกาศใช้นโยบายนำเข้าทองคำโดยเสรี การนำทองคำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลังโจทก์ ด้วยการทำสัญญากำหนดปริมาณการนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยจะไม่มีผู้อื่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2543

สัญญาเช่าซื้อเลิกกันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายแก่กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้