Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ้านที่โจทก์ปลูกสร้างขึ้นในที่ดินพิพาทของ พ. กับ ศ. ซึ่งเป็นบิดามารดาโดยได้รับความยินยอมจาก พ. กับ ศ. จึงเป็นเรื่องบุตรได้สิทธิปลูกทำโรงเรือนในที่ดินของบิดามารดา จึงเป็นการปลูกสร้างโรงเรือนหรือการปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นด้วย ย่อมไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 บ้านทรงบังกะโลซึ่งโจทก์ต่อเติมขึ้นภายหลัง ย่อมไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาทของจำเลยซึ่งได้รับโอนมาโดยพินัยกรรมของ ศ. เช่นกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 4 และบ้านทรงบังกะโล ไม่มีเลขที่ตำบลบางซ้าย อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และให้โจทก์รื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปโดยค่าใช้จ่ายของจำเลย ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงเจตนาแทน กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไป

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 4 และบ้านทรงบังกะโลส่วนต่อเติมที่ไม่มีเลขที่ ตำบลบางซ้าย อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้โจทก์สามารถรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปได้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 ตุลาคม 2542) เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารออกไปจากบ้านหลังดังกล่าวและยอมให้โจทก์รื้อถอนบ้านออกไป คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นบุตรของนางศุขหรือสุดกับนายพร้อมส่วนจำเลยเป็นบุตรคนโตของโจทก์ นางศุขผู้เป็นยายของจำเลยทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9666 ให้แก่จำเลยและตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ต่อมานางศุขถึงแก่ความตาย โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในข้อแรกว่า บ้านเลขที่ 34 เป็นของโจทก์หรือไม่ โจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์เนื่องจากปลูกบ้านหลังดังกล่าวเมื่อครั้งแต่งงานกับนายไปล่ผู้เป็นสามี ส่วนจำเลยอ้างว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนางศุขกับนายพร้อมโดยปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 9666 ซึ่งนางศุขได้ยกให้แก่จำเลยแล้วจึงเป็นส่วนควบกับที่ดินนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมนางศุขกับนายพร้อมปลูกบ้านเลขที่ 29 อยู่บนที่ดินดังกล่าว ต่อมาเมื่อโจทก์จะแต่งงานกับนายไปล่จึงแยกมาอยู่บ้านเลขที่ 34 ซึ่งเป็นบ้านทรงไทยโดยนางศุขกับนายพร้อมอนุญาตให้ปลูกบ้านลงบนที่ดินโดยโจทก์นำเงินจากการขายข้าวที่ทำนามาปลูก ใช้เงินปลูกสร้างประมาณ 280 บาท ซึ่งเป็นเงินเก็บของโจทก์เอง

นอกจากนี้ยังปรากฏตามทะเบียนบ้านว่า โจทก์เป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเจ้าบ้าน โดยมีนายสุมาลีผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 และเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางซ้ายกับนายถวัลย์กำนันตำบลบางซ้าย มาเบิกความสนับสนุนข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของโจทก์ ส่วนจำเลยอ้างเพียงว่าบ้านเลขที่ 34 เป็นบ้านที่นางศุขกับนายพร้อมเป็นผู้ปลูกสร้าง แต่ก็ยอมรับข้อเท็จจริงว่าบ้านหลังดังกล่าวก่อสร้างหลังจากที่โจทก์กับนายไปล่แต่งงานกันแล้ว 1 ปี ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงเจือสมว่าหลังจากโจทก์จะออกเรือนแต่งงานได้มีการสร้างเรือนหอให้ไปแยกอยู่ต่างหากโดยขณะนั้นจำเลยซึ่งเป็นบุตรคนโตของโจทก์ก็ยังมิได้ถือกำเนิดออกมา ข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ว่านางศุขกับนายพร้อมเป็นผู้ปลูกสร้างบ้านหลังดังกล่าวจึงเป็นการกล่าวอ้างลอย

ๆ หามีพยานอื่นสนับสนุนไม่ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าบ้านเลขที่ 34 เป็นบ้านที่โจทก์ปลูกสร้างขึ้นโดยได้รับความยินยอมจากนายพร้อมกับนางศุข ผู้เป็นบิดามารดาของโจทก์ กรณีเป็นเรื่องบุตรได้สิทธิปลูกทำโรงเรือนในที่ดินของบิดามารดาจึงเป็นการปลูกสร้างโรงเรือนหรือการปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นด้วยย่อมไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการต่อไปว่า บ้านทรงบังกะโลซึ่งต่อเติมขึ้นมาภายหลังเป็นส่วนควบของบ้านเลขที่ 34 หรือไม่ โจทก์อ้างว่าเป็นผู้ต่อเติมบ้านเลขที่ 34 โดยให้ช่างชื่อนายตรงเป็นผู้ดำเนินการต่อเติมให้

ส่วนจำเลยอ้างว่าเป็นผู้ต่อเติมเอง เห็นว่า เดิมจำเลยเบิกความว่าจ้างนายตรงเป็นช่างต่อเติมบ้านทรงบังกะโล แต่ครั้นเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านกลับระบุว่า ช่างที่มาต่อเติมนี้ชื่อนายสอนไม่ใช่นายตรงตามที่เบิกความไว้แต่แรกจึงเป็นความสับสนไม่แน่นอน นอกจากนี้นายถวัลย์ กำนันตำบลบางซ้าย ซึ่งโจทก์จำเลยเป็นลูกบ้านอยู่ในความปกครองยังเบิกความว่าก่อนที่จะต่อเติมบ้านโจทก์เคยมาปรึกษากับนายถวัลย์ว่าจะต้องทำอย่างไร นายถวัลย์แนะนำว่าขอให้โจทก์ไปติดต่อกับเทศบาลตำบลบางซ้าย ทำแบบการก่อสร้างต่อเติมนอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยที่ประชุมยังมีความเห็นว่าบ้านทรงบังกะโลที่ต่อเติมออกมาเป็นส่วนควบกับบ้านเลขที่ 34 น่าจะตกเป็นของโจทก์

นายถวัลย์เป็นกำนันตำบลบางซ้ายมาเป็นเวลาประมาณ 17 ปี และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย เมื่อเป็นส่วนที่ต่อเติม จึงไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินตามโฉนดเลขที่ 9666 ของจำเลยเช่นกัน ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าบ้านเลขที่ 9666 ของจำเลย จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์พล ทองจีน · สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ · สิริรัตน์ จันทรา
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2568

รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วที่บริษัท ว. ผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 870/2565 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า บริษัท ป. จำกัด เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3503/2561

รั้วพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของรั้วซึ่งบริษัท ว. สร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรที่ดินปลูกสร้างบ้านขายตั้งแต่ปี 2532 อันเป็นการให้มีสาธารณูปโภคตามนัยข้อ 1 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5418/2560

ที่ดินพิพาทคือที่ดินโฉนดเลขที่ 39466 ตำบลแสมดำ อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ติดจำนองธนาคาร ก. ยังไม่มีลู่ทางว่าจำเลยซึ่งยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่ได้ประกอบอาชีพอันใดจะสามารถหารายได้มาช่วยเหลือครอบครัวห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2864/2559

ว. ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทโดยเป็นการเข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังที่กฎหมายบัญญัติ หากกระทำผิดเง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้