Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ฟ้องหาว่าแจ้งความเท็จนั้นเพียงแต่ศาลไม่เชื่อคำพะยานฝ่ายใดไม่เป็นเหตุที่จะฟังว่าคำแจ้งความของฝ่ายนั้นเป็นจริงด้วย วิธีพิจารณาอาชญา อำนาจศาลฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจที่จะปล่อยจำเลยซึ่งมิได้ฎีกาขึ้นมาได้ เมื่อเป้นเหตุในลักษณคดี (เทียบฎีกาที่ 650/61 ที่ 595/2470)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘/๑๕๘ ฐานสมคบกันยื่นเรื่องราวกล่าวโทษด้วยความเท็จต่อกระทรวงมหาดไทยรวมเป็นข้อหา ๔ ข้อ ศาลเดิมตัดสินให้ยกฟ้องในข้อ ก. แล ง. ส่วนข้อ ข.และ ค. จำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๑๘ ให้จำคุก ค. ๓ เดือน ร.แล ข. คนละ ๒ เดือน ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกฟ้องในข้อ ค. ส่วนข้อ ข. นั้นเห็นว่า ค. ผู้เดียวเท่านั้นทำผิด แลให้ปรับเพียง ๒๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาเห็นว่า ในข้อ ข. แล ค. นั้นโจทก์จำเลยต่างก็มีพะยานมาสืบตามประเด็นของตัวด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย ฉะนั้นการที่ศาลเชื่อพะยานข้างหนึ่ง แลไม่เชื่ออีกข้างหนึ่งนั้น หาแปลว่าพะยานข้างที่ศาลไม่เชื่อนั้นเท็จไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินยกฟ้องข้อ ค. นั้นชอบแล้ว ส่วนในข้อ ข. ที่ศาลอุทธรณ์ปลีกฟังว่า ค. ผู้เดียวมีผิดนั้นยังไม่ชอบ เพราะ ค. ก็มีพะยานมาสืบเหมือนกับว่าโจทก์ทำผิดจริงดังเรื่องราว แต่เมื่อไม่เชื่อก็ฉันใดจะเชื่อเลยไปว่าเท็จโดยไม่มีเหตุผลอื่นประกอบ ค.มิได้ฎีกาขึ้นมา แต่โดยลักษณคดี ค. ไม่ควรมีผิดดูจจำเลยอื่น ศาลฎีกาย่อมทรงสิทธิที่จะปล่อยผู้ไม่ผิดได้ จึงตัดสินแก้ศาลอุทธรณ์ให้ปล่อย ค. ไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนธา · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · พลางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้