Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้มีดดาบปลายแหลม ด้ามยาว 23 เซนติเมตร ตัวมีดยาว 52เซนติเมตรและกว้าง 4 เซนติเมตร ฟันผู้เสียหายประมาณ 7-8 ทีมือซ้ายผู้เสียหายถูกฟันเกือบขาด บาดแผลที่แก้มยาวประมาณ5 นิ้ว บาดแผลที่หู 2 แผล (หูฉีกขาดแยกออกจากกัน) อาการสาหัสแพทย์ผ่าตัดฉุกเฉินให้ผู้เสียหายใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จจากลักษณะบาดแผลดังกล่าวแสดงว่าจำเลยฟันผู้เสียหายอย่างแรงหลายทีหากผู้เสียหายไม่ยกมือขึ้นปิดป้องคมมีดที่จำเลยฟันมาอย่างแรง คมมีดอาจผ่านกะโหลกศีรษะเข้าไปถึงสมองทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้หรือหากผู้เสียหายไม่ได้รับการรักษาพยาบาลจากแพทย์ทันท่วงที ผู้เสียหายคงถึงแก่ความตายเนื่องจากผลแห่งการกระทำของจำเลย กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้มีดดาบเป็นอาวุธฟันทำร้ายนายพิพัฒน์ขาวสอาด ถูกตามบริเวณร่างกายหลายทีโดยเจตนาฆ่า จำเลยได้กระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผลเนื่องจากแพทย์เยียวยารักษาได้ทัน นายพิพัฒน์จึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย เพียงแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288 ริบของกลาง

จำเลยให้การว่า ใช้มีดดาบเป็นอาวุธทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง แต่กระทำไปโดยบันดาลโทสะ มิได้มีเจตนาฆ่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุก 10 ปี และให้ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา297 หรือฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 81ดังที่โจทก์ฎีกา

พิเคราะห์แล้ว อาวุธที่จำเลยใช้ทำร้ายนั้นเป็นมีดดาบปลายแหลมด้ามไม้ ด้ามยาว 21 เซนติเมตร ตัวมีดยาว 52เซนติเมตร และโต 4 เซนติเมตร ปรากฏตามบัญชีของกลางคดีอาญาเอกสารหมาย จ.6 ได้ความจากคำเบิกความของนางอุไร ศิริวงษ์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นภรรยาผู้เสียหายและเป็นน้องร่วมสายโลหิตกับจำเลยยืนยันว่า จำเลยฟันผู้เสียหายหลายที ประมาณ 7-8 ที (ตามคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ เอกสารหมาย จ.4) และตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ระบุว่า ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายมือซ้ายถูกฟันเกือบขาดบาดแผลที่แก้มยาวประมาณ 5 นิ้ว บาดแผลที่หู 2 แผล (หูฉีกขาดแยกออกจากกัน) และโจทก์มีนายแพทย์พิพัฒน์ พงศ์รัตนามาน ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรและรักษาบาดแผลของผู้เสียหายมาเป็นพยานเบิกความประกอบว่า

ผู้เสียหายมีบาดแผลหลายแห่ง อาการสาหัสพยานได้ทำการผ่าตัดฉุกเฉินให้แก่ผู้เสียหาย ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จบาดแผลที่ถูกฟันเกือบแขนขาดนั้นตามหลักวิชาการแล้วถ้าโลหิตไหลไม่หยุดและได้รับการปฐมพยาบาลที่ไม่ถูกต้องแล้ว ผู้เสียหายอาจเสียชีวิตได้ บาดแผลที่หูนั้นลึกผ่านหนังศีรษะจนถึงกะโหลกศีรษะซึ่งจะลึกประมาณ 2 มิลลิเมตร ถ้าผ่านกะโหลกศีรษะเข้าไปโดนสมองแล้วอาจทำให้ผู้เสียหายตายได้

ศาลฎีกาเห็นว่า จากลักษณะบาดแผลดังกล่าวแสดงว่าจำเลยฟันผู้เสียหายอย่างแรงหลายที ไม่ใช่ฟันเพียงทีเดียวดังที่จำเลยนำสืบ จากพฤติการณ์ตามที่โจทก์นำสืบมาเชื่อได้ว่า หากนางอุไรภรรยาผู้เสียหายไม่เข้าไปขัดขวางร้องห้ามจำเลยไว้แล้ว จำเลยก็อาจทำร้ายผู้เสียหายจนถึงแก่ความตายได้ หรือหากผู้เสียหายไม่ยกมือขึ้นปิดป้องคมมีดที่จำเลยฟันมาอย่างแรงแล้ว คมมีดอาจผ่านกะโหลกศีรษะเข้าไปโดนสมองทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ หรือหากผู้เสียหายไม่ได้รับการรักษาพยาบาลจากแพทย์ทันท่วงทีแล้ว ผู้เสียหายคงต้องถึงแก่ความตายเนื่องจากผลแห่งการกระทำของจำเลย กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายเพราะการกระทำเป็นเครื่องชี้เจตนาของจำเลย แต่การกระทำไม่บรรลุผลสมดังเจตนาของจำเลย

เพราะมีผู้เข้าห้ามปรามไว้ทันประกอบกับผู้เสียหายยกมือขึ้นปิดป้องไว้ และแพทย์ได้ทำการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย จำเลยย่อมมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น อย่างไรก็ดี ปรากฏว่าหลังเกิดเหตุประมาณ 1 ชั่วโมง จำเลยได้นำมีดดาบของกลางเข้ามอบตัวต่อร้อยตำรวจเอกสงวน คารวุคห์พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรปราการ และแจ้งว่าได้ใช้มีดดาบของกลางฟันทำร้ายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ และมอบมีดดาบให้ยึดไว้เป็นของกลาง ถือได้ว่าจำเลยได้ลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและคำรับของจำเลยต่อเจ้าพนักงานเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ถือได้ว่ามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุก 10 ปี ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด7 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาอุทธรณ์'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2553

จำเลยขับรถจักรยานยนต์มาที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียหายที่ 2 ที่อยู่บริเวณหน้าร้าน กระสุนปืนถูกผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลักษณะบาดแผลของผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกยิงบริเวณหัวไห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2553

จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันมาในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดทำจากใบเลื่อยยาวถึง 1 เมตร ฟันบริเวณแสกหน้าของผู้เสียหายที่ 1 แต่ผู้เสียหายที่ 1 ใช้มือรับไว้ จึงทำให้เอ็นนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้เสีย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้